วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2561

วาฬบรูด้าเน่ามากสรุปการตายไม่ได้ รณรงค์ลดการทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเล

              บิ๊กทช.เผยวาฬบรูด้า ยาว 8 เมตร ตายลอยอืดดอนหอยหลอด สภาพเน่ามากไม่สามารถตรวจสรุปสาเหตุการตายได้ รณรงค์ลดการทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเล สร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิต

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีปลาวาฬบรูด้า ยาว 8 เมตร ตายลอยอืดดอนหอยหลอด ติดคอกหอยแมลงภู่ บริเวณแปลงหอยแมลงภู่ ต.บางแก้ว จ.สมุทรสงคราม ว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการลากซากวาฬดังกล่าวจากบริเวณแปลงหอยแมลงภู่ มายังชายหาดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 เพื่อผ่าพิสูจน์ซากหาสาเหตุการตาย นำโดยนายสุรศักดิ์ ทองสุกดี นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ราชาวดี จันทรา (ศวทบ.) เเละ น.สพ.วีรพงษ์ เหล่าเวชประสิทธิ์ (ศวทอ.)  โดยประสานงานร่วมกับนายวิสูตรนวมศิริ (คณะกรรมการ ทช. จังหวัดสมุทรสงคราม) ผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้า พบว่าเป็นลูกวาฬบรูด้า เพศเมีย อายุประมาณ 4-6 เดือน มีความยาว 5.35เมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตัน สภาพซากเน่ามาก คาดว่าตายมาเเล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน
  นอกจากนี้  ผลการชันสูตรยังพบว่าสซากวาฬบรูด้ามีสภาพภายนอกอืดบวม ด้านซ้ายของลำตัวพบการไหม้ของผิวหนังเนื่องจากแสงแดดส่วนของลิ้นพบ tongue fold (ลักษณะที่ปรากฏในลูกวาฬ) พบลักษณะรอยคั่งเลือดและบวมน้ำบริเวณด้านขวาตลอดความยาวลำตัว และพบหอยแมลงภู่จำนวน 7 ตัวบริเวณคอหอย และ 1 ตัวบริเวณหลอดลมส่วนต้น กล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจปกติ กระเพาะอาหารไม่พบอาหาร ตั้งแต่ลำไส้ส่วนต้นจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนท้ายพบคราบน้ำนมตลอดความยาวลำไส้อวัยวะภายในอื่นๆเช่น ปอด ตับ ไต ม้าม เละ เน่ามากไม่สามารถตรวจสอบรอยโรคได้ เนื่องจากวาฬมีสภาพซากเน่ามาก ร่วมกับไม่พบรอยโรคที่บ่งชี้สาเหตุการตาย จึงไม่สามารถสรุปสาเหตุการตายได้
  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวด้วยว่า วาฬบรูด้าจัดเป็นสัตว์คุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนเเละคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้การดำเนินการศึกษาวิจัยและติดตามจำนวนประชากรวาฬบรูด้า อย่างต่อเนื่องในพื้นที่อ่าวไทย เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่และถิ่นอาศัย รวมทั้งกำหนดมาตรการท่องเที่ยวชมวาฬบรูด้าอย่างถูกวิธี ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีแนวทางการดำเนินงานด้านต่างๆ เพื่อลดจำนวนการตายของสัตว์ทะเลหายาก ไม่ว่าจะเป็นโลมา วาฬ เต่าทะเล หรือพะยูน ทั้งที่มีสาเหตุจากการติดเครื่องมือประมง โดยดำเนินการร่วมกับกรมประมง หรือลดการตายที่มีสาเหตุจากการกินขยะทะเล โดยรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ลดการทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเลรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาสัตว์ทะเลหายากที่มีชีวิต โดยจัดสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จัดหารถช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเคลื่อนที่ จัดให้มีสัตวแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิต 

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จ่อยกระดับความสำคัญสัตว์ทะเลหายาก ชงอีกหลายชนิดต่อคณะอนุกรรมการ

          ทช.จ่อชงสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิดเสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง ยกระดับความสำคัญของสัตว์ทะเลหายาก การเพิ่มศักยภาพการจัดการ สร้างมาตรการการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และการเผยแพร่องค์ความรู้
  วันนี้ (22 ธันวาคม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดแถลงเรื่องสถานการณ์สัตว์ทะเลหายากของไทย ปี 2560 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานพร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมฯ เข้าร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ ณ  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
          นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า หนึ่งในภารกิจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคือการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลหายากหมายถึงกลุ่มประชากรสัตว์ทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทั้งจากจำนวนประชากรที่มีอยู่น้อย หรือจากภัยคุกคามจากมนุษย์และตามธรรมชาติ สัตว์ทะเลหายากส่วนใหญ่ได้แก่ เต่าทะเล พะยูน โลมาและวาฬ เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากจึงหมายถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจและมีสภาพสังคมที่มั่นคง แนวทางการอนุรักษ์ในภาพรวมประกอบด้วยการยกระดับความสำคัญของสัตว์ทะเลหายาก การเพิ่มศักยภาพการจัดการ สร้างมาตรการการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และการเผยแพร่องค์ความรู้
          อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่าการศึกษาวิจัยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าประเทศไทยมีสัตว์ทะเลหายากที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลจำนวน 28 ชนิด เต่าทะเล  5 ชนิด นอกจากนี้ยังพบสัตว์ทะเลหายากที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเพื่อการอนุรักษ์ใด ๆ ย่อมทำให้เกิดการสูญพันธ์ขึ้นมาได้ในอนาคต แนวทางการขึ้นบัญชีเพื่อให้สัตว์ทะเลหายากให้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เป็นกลไกที่สำคัญ ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลละชายฝั่งประสบความสำเร็จในการนำเสนอสัตว์ทะเลหายากขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสงวน 4 ชนิดและสัตว์คุ้มครอง 16 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 นอกจากนี้ กรม ฯ ยังได้เตรียมข้อมูลของสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด เพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองต่อไป
              อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัตว์ทะเลหายากส่วนใหญ่เป็นสัตว์ทะเลที่มีการอพยพย้ายถิ่นระยะไกล มักมีวงจรชีวิตที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าอาณาเขตทางทะเลของประเทศใดประเทศหนึ่ง ความร่มมือระหว่างประเทศจึงเป็นกลไกที่สำคัญในการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก ประเทศไทยจึงได้เข้าร่วมเป็นประเทศภาคีเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก โดยมีการลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล ในปี พ.ศ. 2544 และลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์พะยูน ในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งบันทึกความร่วมมือทั้งสองฉบับเป็นการทำร่วมกันของประเทศที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลทั้งสองกลุ่ม ภายใต้การสนับสนุนของสนธิสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์สัตว์อพยพย้ายถิ่น (CMS) ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN)


วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เมาท์กระจาย-ป้องกันทุจริตหน่วยงานท้องถิ่น

           
           "เมาท์กระจาย" ใน "Talon News. (ไลฟ์สไตล์)" https://talon-news.blogspot.com  คอลัมน์สังคมสไตล์ "นวย เมืองธน" สะกิดสะเกาข่าวตกขอบทุกวงการ ขณะที่กำลังนั่งเขียนคอลัมน์เป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินนานแล้ว ตรงกับวันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2560 วันนี้รายงานตัวช้าไปหน่อยปกติแต่ก็ไม่เป็นไรนะมาเข้าเรื่องกันดีกว่า@@@ในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 เวลา 08.30 – 14.30 น. สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดจัดงานส่งเสริมการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรปกครอง  ส่วนท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 1,200 คน ณ มัฆวานรังสรรค์  สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ
โดย "พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ" ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธีเปิด@@@และหลังจากนั้นจะเป็นการ นอกจากนี้ยังมีบรรยายพิเศษในหัวข้อนโยบายการยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต ตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย "พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์" กรรมการ ป.ป.ช. ต่อด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลอดทุจริต โดย "คุณสุทธิพงษ์  จุลเจริญ" อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และปิดท้ายด้วยการชี้แจงแนวทางการจัดทำและการติดตามประเมินผลการนำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตไปสู่การปฏิบัติ โดย "คุณบุญแสง ชีระภากร" ผอ.สำนักป้องกันการทุจริตภาคการเมือง@@@ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ เพราะการจัดงานส่งเสริมการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลอดทุจริตในครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. มีวัตถุประสงค์
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต รวมทั้งทราบถึงแนวทางการติดตามประเมินผลการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับมาตรฐานในการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน อันเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม@@@โครงการป่าในเมือง "สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย" เปิดตัวแห่งแรก ที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์  โดยมี "พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์" รมว.ทส. เป็นประธานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 ธ.ค.) "คุณธัญญา เนติธรรมกุล" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แย้มว่าพื้นที่
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการรองรับการให้บริการแก่ประชาชนในเขตเมืองบุรีรัมย์ โดยตั้งอยู่ห่างจากเมืองบุรีรัมย์เพียง 5 กิโลเมตร และคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 4 แสนคน/ปี ซึ่งได้มีการเปิดป้ายโครงการฯอย่างเป็นทางการ การปั่นจักรยานชมความสวยงามของวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ชมทิวทัศน์บริเวณอ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์ พระพุทธบาทจำลอง ปราสาทเขากระโดง พระสุภัทรบพิตร และยังเป็นสถานที่ปั่นจักรยานชื่อดังระดับประเทศอีกด้วย@@@ สำหรับวันนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขช่วงนี้หลายพื้นที่อากาศหนาวเย็นดูแลสุขภาพกันนะและขอทิ้งท้ายกวีบ้านๆ...."ความง่วงมาเยือน ลมโชยพัดเย็นกาย ค้างคาวบินฝ่าความมืด ขยับปีกไปมาในราตรี" (จบข่าว)
                                                                                             "นวย เมืองธน"

วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

คอลัมน์เมาท์กระจาย-บทบาทดีเอสไอแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

"เมาท์กระจาย" ใน "Talon News. (ไลฟ์สไตล์)" https://talon-news.blogspot.com  คอลัมน์สังคมสไตล์ "นวย เมืองธน" สะกิดสะเกาข่าวตกขอบทุกวงการ ขณะที่กำลังนั่งเขียนคอลัมน์เป็นช่วงประมาณตีสี่กว่าๆ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2560 เป็นวันหยุดพักผ่อนของหลายๆคนที่สำคัญกว่านั้นยังเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทย ในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี จึงเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในการรำลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก ฉบับถาวร ถือเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ณ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.
2475@@@ควันหลง วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) รัฐบาล ร่วมกับ สํานักงาน ป.ป.ช. สํานักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ เอกชน และภาคประชาสังคม จัดงานที่ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" พร้อมกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อแสดง
เจตนารมณ์ของผู้นําการเมืองที่ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง และปลุกกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต มุ่งยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ภายในงานนอกจาก "พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ" ประธานกรรมการ ป.ป.ช. แถลงการณ์ขับเคลื่อนประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต รวมถึงกิจกรรมต่างๆมากมายแล้ว "พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีได้ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการคอร์รัปชัน พร้อมทั้งมอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ





ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 - 2560 (ITA Awards) และรางวัลประกวดคําขวัญ "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" อีกด้วย @@@ขณะเดียวกันสำนักงานศาลปกครอง ได้เปิดระบบ "แจ้งเบาะแสการทุจริตของบุคลากรสำนักงานศาลปกครอง" พร้อมทั้งจัดพิธีประกาศเจตจำนงสุจริตขึ้นพร้อมกันทั้งสำนักงานศาลปกครองส่วนกลาง และสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค ทั้ง 11 แห่ง ซึ่งมีผู้บริหาร
สำนักงานศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครอง ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมพิธีดังกล่าว จำนวนกว่า 1,500 คน "คุณอติโชค  ผลดี" รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง แย้มว่าเป็นการป้องกันประเด็นที่อาจเป็นความเสี่ยงหรือเป็นช่องทางที่อาจจะก่อให้เกิดการทุจริต การรับสินบน หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และสามารถยับยั้งการทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทันสถานการณ์ ซึ่งเมื่อหน่วยงานมีการป้องกันการทุจริตเชิงรุกในลักษณะดังกล่าว ก็จะส่งผลให้การทุจริตในภาพรวมของประเทศลดลงได้ในที่สุด ตลอดจนยังผลักดันให้เกิดทิศทางการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานภายในหน่วยงานในภาพรวมของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย@@@โครงการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพประชาชนด้านกฎหมาย สู่ชุมชนต้นแบบเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน 
โดยเฉพาะ"บทบาทกรมสอบสวนคดีพิเศษ : การลดความเหลื่อมล้ำด้านหนี้สิน"  ณ ห้องแกรนด์บอลรูม บี โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ โฮเต็ล จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆนี้ "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผอ.ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แย้มว่าที่ผ่านมารมว.ยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญกับ "การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ" เพราะเกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงยุติธรรมเพราะปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาเชิง
โครงสร้างของประเทศที่เกิดจากหลายสาเหตุที่มีความเชื่อมโยงกันจนเป็นความเหลื่อมล้ำของผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่าในสังคม คือ "เจ้าหนี้" และผู้มีฐานะด้อยกว่าคือ "ลูกหนี้"ซึ่งอยู่ในภาวะจำยอมทำสัญญาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระทรวงยุติธรรมจึงดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นขั้นตอน ด้วยมาตรการด้านกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษสำหรับผู้ปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 15 ต่อปี) ให้มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท และด้านการบังคับใช้กฎหมายหากเจ้าหนี้ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าไปสืบสวนสอบสวน และประสานกับกรมสรรพากรเมื่อดำเนินมาตรการทางภาษี@@@  วันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. 2560 เวลา 08.30 น. กรมบังคับคดีจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในคดีฟื้นฟูกิจการหมายเลขแดงที่ ฟ.10/2558 คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ลูกหนี้/ผู้ร้องขอ นัดที่ 1 ณ ห้องขายทอดตลาด อาคารอสิติพรรษ กรมบังคับคดี@@@สำหรับวันนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันพักผ่อนและขอทิ้งท้ายกวีบ้านๆ...."เสียงกรีดร้องสยอง ดังไกลกลางป่าลึก ฝูงนกบินวนหลายรอบ สัตว์อาลัยตอตะเคียน" (จบข่าว)
                                                                                                               
                                                                           "นวย เมืองธน"

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เก็บกู้เครื่องมือประมงฟื้นฟูแนวปะการัง

           ทช.ลงพื้นที่ดำน้ำเก็บกู้เครื่องมือประมง อวนตาข่ายช่องตาอวน ปกคลุมแนวปะการังเป็นบริเวณกว้าง เร่งฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับมาเหมือนเดิม คาดเหลือที่ยังไม่ได้เก็บกู้กว่า 1,000 ตรม.
           นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 เปิดเผยว่า ทางสบทช.8 ได้ดำเนินการส่งเรือจำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งได้กำกับดูแลอำนวยการปฏิบัติการกู้ชีพปะการัง ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) อีกทั้งเครือข่ายนักดำน้ำจิตอาสาในพื้นที่ ทำการดำน้ำเก็บกู้อวนตาข่ายช่องตาอวน ขนาด 4 นิ้ว ที่ปกคลุมแนวปะการังเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งมีรายงานการตรวจพบ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 30 พ.ย.60 ที่ผ่านมา บริเวณ
พื้นที่แนวปะการังเกาะลิปี ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา สามารถเก็บกู้อวนตาข่ายคิดเป็นพื้นที่ขนาดกว้าง 800 ตรม. คาดว่ายังเหลือที่ยังไม่ได้เก็บกู้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตรม. ซึ่งปะการังที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการถูกอวนปกคลุมในครั้งนี้ ได้รับการแก้ไขให้พ้นวิกฤตแล้ว และส่วนที่
เหลือจะเร่งดำเนินการเก็บกู้ให้หมดสิ้นจากท้องทะเลในพื้นที่ต่อไป
           ผู้อำนวยการสบทช.8 กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแนวปะการังขึ้นอยู่กับอิทธิพลของกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริเวณแนวปะการัง ซึ่งถ้าแนวปะการังถูกทำลายจนเสื่อมโทรมความสมดุลของระบบนิเวศก็จะถูกทำลายไปด้วย ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลใน
บริเวณแนวปะการังและบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนทำให้เกิดการพังทลายของชายหาดที่สวยงามส่งผลต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ ซึ่งสาเหตุและแนวโน้มที่สำคัญของปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแนวปะการังก็คือ ผลกระทบจากธรรมชาติ ได้แก่ การระบาดของดาวมงกุฎหนาม การเกิดปะการังฟอกขาว การเกิดพายุและคลื่นลม การลดลงของระดับน้ำอย่างผิดปกติ ส่วนผลกระทบจากมนุษย์ ได้แก่  การพัฒนาที่ดินบริเวณใกล้เคียงชายฝั่ง การก่อสร้างที่ยื่นล้ำลงไปในชายหาด การปล่อยน้ำเสีย การทำเหมืองแร่บริเวณใกล้เคียงแนวปะการัง การทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง คราบน้ำมันและน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม การทำประมงมากเกินกำลังและการใช้เครื่องมือแบบทำลายล้าง การเก็บปะการัง ปัญหาจากการท่องเที่ยวในแนวปะการัง และการเดินเหยียบย่ำพลิกปะการัง
อย่างไรก็ตาม  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ศึกษาอัตราการเติบโตของปะการังโดยใช้วิธีการหลายรูปแบบ ทั้งการวัดโดยตรง การย้อมสี รวมไปถึงการใช้กัมมันตรังสี ซึ่งทำให้วัดอัตราการเติบโตของปะการังแต่ละชนิดได้ โดยทั่วไปปะการังแผ่นและปะการังกิ่งจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างเร็วกว่าอย่างอื่น

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สร้างแนวร่วมชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

      ทช.จัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จับมือชุมชนหน่วยงานท้องถิ่นและเอกชนดูแลอนุรักษ์และป้องกันการทำลายทรัพยากรชายฝั่งทะเลและรวมถึงระบบนิเวศที่สำคัญ 
      นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ ศาลาการเปรียญ วัดคงคาราม (บน) ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดร.กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ว่าการ
ดำเนินการโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ข้อ 9 การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้การนำของพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับรับผิดชอบดำเนินการเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
        อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอยู่ในสภาวะที่เสื่อมโทรมลงอย่างมาก เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์อย่างขาดความรับผิดชอบและขาดจิตสำนึกทำให้ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลมีจำนวนลดลง ทั้งนี้พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง  มีความโดดเด่นในด้านทรัพยากรทางทะเลที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน ทรัพยากรสัตว์น้ำ และที่สำคัญ โลมาอิรวดี แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่า ทรัพยากรดังกล่าวถูกคุกคาม จากทั้งธรรมชาติเองและภัยจากน้ำมือมนุษย์ ที่ใช้ทรัพยากรอย่างจงใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นลดน้อยจนใกล้จะสูญหายไปจากประเทศไทย ด้วยเหตุนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือของประชาชนตามนโยบายประชารัฐ ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย จึงเกิดมาเป็น "โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง"  ขึ้นเพื่อให้ชุมชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการดูแล  การอนุรักษ์และป้องกันการทำลายทรัพยากรชายฝั่งทะเลและรวมถึงระบบนิเวศที่สำคัญ ซึงกิจกรรมภายในโครงการฯประกอบไปด้วย กิจกรรมบ้านปลา ธนาคารปู ,บวชแม่น้ำบางปะกง,ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ,จัดสร้างฝายดักขยะและเก็บขยะทะเล รวมถึงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกทุกรูปแบบ ในหลากหลายกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน

แก้ไขปัญหามลพิษชูนโยบายของรัฐบาลยุทธศาสตร์ 20 ปี

               กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมคณะผู้แทนหน่วยงานจากประเทศไทย ประกอบด้วย ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนสำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 3 ถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหามลพิษซึ่งเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้รับเกียรติจากนายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไนโรบี กล่าวถ้อยแถลงในฐานะผู้แทนจากประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4 – 5 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา
โดยประเทศไทยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและให้ความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนในการร่วมดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจัดการมลพิษ โดยมีกรอบคำมั่นโดยสมัครใจที่ยึดตามนโยบาลของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ 20 ปี และยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษ 20 ปี ซึ่งจะนำเสนอผลการดำเนินงานของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมชัดเจน
      สำหรับการร่างปฏิญญาฯ เป็นเอกสารที่แสดงถึงการตระหนักว่ามลพิษที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบทั้งทางอากาศ ดิน และน้ำ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความอยู่รอดของมนุษย์ และยังเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นและเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยประเด็นด้านมลพิษทางทะเลรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และมีผลการดำเนินงานทั้งใน
เรื่องโครงการนำร่องการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Plastic Bottle Cap Seal) การประกาศจัดระเบียบการงดสูบและทิ้งก้นบุหรี่ รวมทั้งขยะบนชายหาด ซึ่งในการประชุม UN Oceans Conference ประเทศไทยได้ร่วมประกาศคำมั่นในการต่อสู้กับปัญหาขยะในทะเล และความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแก้ไขปัญหาขยะในทะเล โดยมีบทบาทสำคัญให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะทะเลของกลุ่มภูมิภาคอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา
      นอกจากนั้นประเทศไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ รัฐบาลส่งเสริมให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับมลพิษ อาทิ zero waste Thailand, Zero Waste Community และ Zero Waste School และ