วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

บิ๊กบังคับคดีชี้เร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขายปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบ

           วันนี้ (25 ม.ค.)  นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยผู้บริหารของกรมบังคับคดีได้ร่วมแถลงผลการดาเนินงานของกรมบังคับคดีในไตรมาสที่ 1 เดือน ตุลาคม –ธันวาคม 2558 ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า ชั้น 1 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมุ่งดาเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ด้านการอานวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้า การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และแผนการดาเนินงานไตรมาสที่ 2 อาทิ 1. การเร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขายของกรมบังคับคดีเพื่อเสริมสร้างการเติบโตและสภาพคล่องของเศรษฐกิจของประเทศ – ผลักดันได้สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 กรมบังคับคดีได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดี โดยการนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบังคับคดี รวมทั้งได้กาหนดให้มีการจัดมหกรรมการขายทอดตลาดและการขายทอดตลาดในวันหยุดราชการ
        นอกจากนี้ กรมบังคับคดีได้จัดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี โดย เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหนี้ครัวเรือน หนี้ธุรกิจ SME หนี้กยศ. และหนี้เกษตรกร ซึ่งมีจานวนเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกรมบังคับคดีได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้บริการด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองในสังคม โดยให้ความสาคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้รายย่อย หนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นการดาเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล โดยผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นคนกลางและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
     ส่วนการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี ได้ให้ความสาคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้มีความทันสมัย และ มีมาตรฐานสากล เพื่ออานวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้าในสังคม รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรมบังคับคดีจึงได้ขอเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีแพ่งและการบังคับคดีล้มละลาย
    อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ความสะดวกแก่ประชาชน ผู้มาติดต่อ ลดค่าใช่จ่ายในการเดินทาง และรวดเร็วขึ้นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและงานด้านต่างประเทศ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเสนอพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs) เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องไม่สามารถชาระหนี้ได้ แต่ยังมีช่องทางในการดาเนินธุรกิจ สามารถยื่นคาร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ หรือล้มละลาย
**********************************************

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

มจธ.จัดแสดงครบรอบ 20 ปีFIBOผลงานวิจัยและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากมาย

เนื่องในอากาสครบรอบ20ปี สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.)ได้จัดงาน 20 ปี FIBO ภายใต้แนวคิด“20th Anniversary Professional Robot Maker เหลียวหลังมองอดีต มุ่งหน้าสู่อนาคต” โดยภายในงานจะมีกิจกรรมเปิดบ้านและการจัดแสดงนิทรรศการการรวมตัวของนวัตกรรมหุ่นยนต์ต้อนรับมากที่สุดในประเทศไทยผลงานวิจัยและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากมายการแนะแนวหลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ระดับปริญญาตรี-โท-เอกและการบรรยายเชิงวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันในหัวข้อต่างๆ อาทิ Evolution of Robotics, FIBO Robots in Thai Hospitals, Innovation Education for Robotic Engineering และ Manufacturing Automation System เป็นต้น โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 4 – 5 กุมภาพันธ์  2559 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม(อาคาร FIBO) มจธ.ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง FACEBOOK : FIBO
*****************************************

ป.ป.ช. ร่วมมืออาชีวศึกษาเอกชน สร้างจิตสำนึกจัดตั้งชมรมต่อต้านการทุจริต

            สำนักงานป.ป.ช.เดินหน้าปลูกจิตสำนึกนักเรียนอาชีวะเอกชนจัดตั้งชมรมต่อต้านการทุจริต ในสถานศึกษา 82 แห่ง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมของชมรมเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาตระหนักรู้ในสถานการณ์การทุจริต และสภาพปัญหาต่างๆ ในสังคม 
          นายชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า การจัดการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดตั้งชมรมต่อต้านการทุจริต ในสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษา ให้กับครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษาของสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยมี ครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมจำนวน 82 แห่ง ในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้องนนทบุรี 1 ชั้น 3 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) จ.นนทบุรี สำนักงาน ป.ป.ช. มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมของชมรมเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาตระหนักรู้ในสถานการณ์การทุจริต และสภาพปัญหาต่างๆ ในสังคม
   รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวด้วยว่า การจัดตั้งชมรมต่อต้านการทุจริต ในสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษา จะส่งผลให้นักเรียนนักศึกษา  เกิดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นหน้าที่พลเมืองที่ดี และพร้อมมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและปัญหาสังคมต่อไป
*************************************

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

DSI แจงพัลวันลือจู่โจมวัดปากน้ำ เตือนข้อมูลเท็จผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

            วันนี้ (16 ม.ค.59)  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวบนระบบอินเตอร์เน็ต โดยอ้างแหล่งข่าวว่ามาจากกลุ่มไลน์สถาบันปัญญานันทะ ว่านายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 44 สั่งการ DSI ประสานกำลังทหาร ตำรวจ กว่า 100 นาย เตรียมบุกจู่โจมวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบสวนปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม และยึดรถโบราณในพิพิธภัณฑ์ โดยมีการประชุมลับและคาดว่าจะเข้าจู่โจมในอีกไม่เกินสองวันข้างหน้านั้น
      ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ชี้แจงอีกว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ให้ DSI ปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าว และ DSI ก็มิได้มีการประชุมลับ หรือเตรียมการจะปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยกรณีที่มีการสร้างข่าวเท็จขึ้นนี้ อาจเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พระพุทธอิสระ ได้ยื่นเรื่องขอให้ DSI ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้ว เนื่องจาก DSI อยู่ระหว่างการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่อาจนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร จำนวนกว่า 5,000 คัน ซึ่งก็รับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวนว่ามีความเป็นมาอย่างไร โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเอกสารกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อันเป็นขั้นตอนปกติในการปฏิบัติงานและเหมือนกับกรณีอื่นๆ
     อย่างไรก็ตาม DSI จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบ และขอแจ้งเตือนไปยังกลุ่มบุคคลที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จบนระบบคอมพิวเตอร์ในเรื่องนี้ ว่าการกระทำของท่านอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (2) ฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน  DSI จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนทุกท่านเพื่อทราบข้อเท็จจริงและขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร โดยเฉพาะที่ไม่ได้มาจากหน่วย
งานราชการ และข้อมูลข่าวสารบนระบบอินเตอร์เน็ต มิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีต่อบ้านเมือง
************************************

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่มุกดาหาร ดูฝ่ายแก้มลิงแก้ภัยแล้ง

           พล.อ. ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกแก้มลิงห้วยชะโนด  จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา โดยจังหวัดมุกดาหารมีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นพรมแดนระหว่าง
ประเทศ ความยาว 72 ก.ม. และมีลำห้วยสาขาเป็นจำนวนมาก แต่ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารยังประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากลห้วยสาขาต่าง ๆ มีทิศทางการไหลของน้ำลักษณะลาดชันไปบรรจบแม่น้ำโขง ช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมากเกินความจำเป็นจนน้ำหลากท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทำการเกษตร
   อย่างไรก็ตาม ฤดูแล้งปริมาณน้ำในห้วยสาขาต่าง ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรได้ ส่งผลกระทบต่อรายได้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม และยังได้มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับชาวบ้านมารอต้อนรับอีกด้วย
************************************

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

ยุติธรรมสั่งจัดระเบียบสังคมอย่างต่อเนื่อง

          รมว.ยุติธรรมสั่งจัดระเบียบสังคมอย่างต่อเนื่องจ่อจัดชุดตรวจเฉพาะกิจดำเนินการตรวจและจับกุมผู้ฝ่าฝืนทั้งแข่งขันรถในทางและสถานบริการ หรือสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.
           วันนี้ (14 มกราคม) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 โดยรับทราบผลการกำหนดนิยามและรูปแผนที่ที่ชัดเจนของบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องว่าหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการในส่วนสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และมัธยมศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว และจะรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ส่วนในระดับประถมศึกษาจะได้ขอขยายระเวลาในการทำงานต่อไป โดยคณะกรรมการมีข้อสังเกตว่าเมื่อได้ใช้ไปแล้วระยะหนึ่งก็ควรให้มีทบทวนถึงความเหมาะสมในระยะต่อไปด้วย รวมถึงรับทราบผลการพิจารณากำหนดเขตโซนนิ่งของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทยว่า ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 69 จังหวัด คงเหลืออีก 8 จังหวัดที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาทบทวน
          รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนการฝ่าฝืนแข่งรถในทางยังพบว่ามีการฝ่าฝืนแข่งรถในพื้นที่และบางพื้นที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำซากโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร สำหรับถนนบางสาย และในจังหวัดอื่นๆ อีก 9 จังหวัด จึงได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณากำหนดมาตรการ
ป้องกันและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนให้ครบถ้วนตามแนวทางในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 แล้วรายงานต่อที่ประชุมต่อไป
          อย่างไรก็ตาม เห็นสมควรให้มีการจัดชุดตรวจเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินการตรวจและจับกุมผู้ฝ่าฝืนทั้งในกรณีของการแข่งขันรถในทางและสถานบริการหรือสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 ด้วยอย่างต่อเนื่อง
******************************************

ทส.จัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ดึงแพนเค้ก-ผู้พันเบิร์ดทูตอนุรักษ์ปชส.รักป่า

           ทส. เตรียมจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดึงแพนเค้ก-ผู้พันเบิร์ด ทูตอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ประจำปี 2559เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ให้เข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น 
             ที่หอประชุมกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กทม. เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตัวแทนจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในราชอาณาจักร กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยทูตอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ประจำปี 2559 "แพนเค้ก" เขมนิจ  จามิกรณ์ ดารานักแสดง และ "ผู้พันเบิร์ด" พ.ท.ชนะ สวัสดี ดารานักแสดง เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ให้เข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น และร่วมเป็นเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปี 2559 ขึ้น ในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
           นายเกษมสันต์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 กำหนดให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น "วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ" ซึ่งในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ และหน่วยงานสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งการจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างกระแสด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ ให้เยาวชนและประชาชนทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และรับทราบผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำลายทรัพยากรป่าไม้ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ของชาติอย่างจริงจัง
                ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า วันเปิดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมป่าไม้จะเปิดตัว Application"Forest4Thai" ที่ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ และมี พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี จึงขอเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมงาน "วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ" กัน
     ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนการแถลงข่าววันนี้ ได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตของ "น้าหมู" พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตเจ้าของบทเพลงเขาใหญ่ ซึ่งสร้างสีสันก่อนการแถลงข่าววันนี้อย่างมาก
**************************************

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

ดีเอสไอรวบฝรั่งซุกภาพถ่ายอนาจารเด็ก

            สหรัฐฯประสานดีเอสไอรวบอดีตพระฝรั่งส่อพฤติกรรมลามกอนาจารเด็ก ตรวจค้นพบรูปถ่ายเด็กลามกจำนวนมาก ชี้การป้องกันและปราบปรามผู้มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กนั้น ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศต่างๆ ให้ความสนใจ
           วันที่ 6 ม.ค. 59 พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ (สตท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รองผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวกับเด็ก สตช. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานภาค 5 เจ้าหน้าที่ตม.ภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจปอท. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ของพม. นำหมายค้นศาลจังหวัดฝางเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 17 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบนายฟาเบียน  เฟรเดอริค แบลนด์ฟอร์ด อายุ 64 ปี สัญชาติอังกฤษ เป็นผู้พักอาศัยบ้านหลังนี้ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากประมาณกลางเดือนพ.ย. 58 สำนักกิจการต่างประเทศฯ ดีเอสไอ ได้รับการประสานรับข้อมูลจากหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations หรือ HSI) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ศูนย์ประสานเด็กหายและเด็กถูกล่วงละเมิดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Center for Missing and Exploited Children) หรือ NCMEC ตรวจพบข้อมูลในภาพซึ่งมีลักษณะลามกอนาจารของเด็กจาก IP Address ของบุคคลชื่อ Fabian Frederick Blandford
     พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์  ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศฯ กล่าวว่า ดีเอสไอจึงร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวกับเด็ก สตช. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบภาค 5 ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จนสามารถพิสูจน์ทราบพฤติกรรม อาชีพ และที่พักอาศัย ของนายฟาเบียน ซึ่งถือหนังเสือเดินทางประเทศอังกฤษ เลขที่ 518127747 ปัจจุบันสมรสกับหญิงชาวไทย มีบุตร 1 คน อยู่บ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของนายฟาเบียน พบรูปถ่ายเด็กในลักษณะลามกอนาจารเป็นจำนวนมากที่นายฟาเบียนได้ถ่ายเก็บไว้  และจากการสืบสวนเชื่อว่าเป็นเด็กในพื้นที่ใกล้เคียง โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศอังกฤษเข้าร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานด้วย
        ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศฯ  กล่าวอีกว่า การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก มาตรา 287/1 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 58 ที่ผ่านมา สำหรับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ  และสำหรับการเผยแพร่หรือส่งต่อมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี  หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
และจากการสืบสวนยังพบว่านายฟาเบียนเคยบวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.เชียงใหม่ และชอบประพฤติตนเป็นคนใจบุญเพื่อหาโอกาสใกล้ชิดกับเด็กในพื้นที่ ปัจจุบันรับสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายฟาเบียนส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.ฝาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอและ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอส ได้สั่งการให้ สำนักกิจการต่างประเทศฯ และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ ดีเอสไอ ดำเนินการเข้าตรวจค้นดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรายนี้จนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้ ซึ่งการป้องกันและปราบปรามผู้มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กนั้น ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศต่างๆ ให้ความสนใจ เนื่องจากถือว่าเป็นอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมและศีลธรรมอันดีของประชาชน และก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเด็กผู้ตกเป็นเหยื่อ และจะก่อให้เกิดเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญต่อไปในอนาคตอีกด้วย
************************************************