วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

บิ๊กบังคับคดีชี้เร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขายปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบ

           วันนี้ (25 ม.ค.)  นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยผู้บริหารของกรมบังคับคดีได้ร่วมแถลงผลการดาเนินงานของกรมบังคับคดีในไตรมาสที่ 1 เดือน ตุลาคม –ธันวาคม 2558 ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า ชั้น 1 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมุ่งดาเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ด้านการอานวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้า การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และแผนการดาเนินงานไตรมาสที่ 2 อาทิ 1. การเร่งผลักดันทรัพย์สินรอการขายของกรมบังคับคดีเพื่อเสริมสร้างการเติบโตและสภาพคล่องของเศรษฐกิจของประเทศ – ผลักดันได้สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 กรมบังคับคดีได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดี โดยการนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบังคับคดี รวมทั้งได้กาหนดให้มีการจัดมหกรรมการขายทอดตลาดและการขายทอดตลาดในวันหยุดราชการ
        นอกจากนี้ กรมบังคับคดีได้จัดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี โดย เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหนี้ครัวเรือน หนี้ธุรกิจ SME หนี้กยศ. และหนี้เกษตรกร ซึ่งมีจานวนเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกรมบังคับคดีได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้บริการด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองในสังคม โดยให้ความสาคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้รายย่อย หนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นการดาเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล โดยผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นคนกลางและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
     ส่วนการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี ได้ให้ความสาคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้มีความทันสมัย และ มีมาตรฐานสากล เพื่ออานวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้าในสังคม รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรมบังคับคดีจึงได้ขอเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีแพ่งและการบังคับคดีล้มละลาย
    อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ความสะดวกแก่ประชาชน ผู้มาติดต่อ ลดค่าใช่จ่ายในการเดินทาง และรวดเร็วขึ้นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและงานด้านต่างประเทศ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเสนอพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs) เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องไม่สามารถชาระหนี้ได้ แต่ยังมีช่องทางในการดาเนินธุรกิจ สามารถยื่นคาร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ หรือล้มละลาย
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น