วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ศิลปะเพื่อเยาวชนใต้


                นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ (ที่ 2 จากซ้าย) เปิดงาน “ศิลปะสัญจร: Art Camp 2016” ซึ่งมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จัดขึ้นเพื่อหารายได้มอบเป็นทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาด้านศิลปะและส่วนหนึ่งมอบให้กับทางจังหวัดเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ที่ขาดแคลนโดยมี  ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทนานมี ให้การสนับสนุนโครงการ พร้อมด้วย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์จิตรกรรม (ขวาสุด) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วังบอน รองคณบดี ฝายบริหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร (ซ้ายสุด) ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านงานศิลปะแก่เยาวชน ณ หอศิลป์อันดามัน จ.กระบี่ เมื่อเร็วๆนี้
**********************************************

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คุมความประพฤติบริการสังคม นำ 100 คนปฏิบัติงานห้องดับจิต

        คุมประพฤติร่วมรพ.ตากสินเปิดการอบรมความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและโทษของแอลกอฮอล์ และนำผู้ถูกคุมความประพฤติ 100 คน เข้าศึกษาการปฏิบัติงานในห้องดับจิตและการทำงานบริการสังคม
          เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้  (20 มิ.ย. )  นายประสาร  มหาลี้ตระกูล รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและโทษของแอลกอฮอล์ และกิจกรรมนำผู้ถูกคุมความประพฤติ จำนวน 100 คน เข้าศึกษาการปฏิบัติงานในห้องดับจิตและการทำงานบริการสังคม ณ โรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ว่ากรมคุมประพฤติโดยสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 3 ร่วมกับโรงพยาบาลตากสิน จัดโครงการเมาแล้วขับไปห้องดับจิต เพื่อกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้ตระหนักถึงพฤติกรรมของตนเองซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและสังคม อันจะส่งผลให้ไม่กระทำผิดซ้ำอีก ซึ่งจากการที่อุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นส่วนใหญ่มาจากปัญหาการดื่มสุรา จนทำให้ขาดสติควบคุมจนทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินและยังส่งผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีที่มีแนวทางในการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในการนำเสนอการลงโทษสำหรับผู้ขับขี่รถขณะมึนเมาสุราไปบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล หรือดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รู้ซึงถึงความทุกข์ทรมาน การสูญเสียสมรรถภาพจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เป็นการกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ให้มีความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น
          ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมสถานบริการหรือโรงพยาบาลทั่วประเทศรับผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคม และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือแนวปฏิบัติของกรมคุมประพฤติ
      รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า การบริการสังคมตามคำพิพากษาของศาลหากมีคำสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้น หากจะมีการนำเข้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือห้องดับจิต จะมีการประสานงาน เห็นชอบ ให้ความร่วมมือ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เจ้าพนักงานคุมประพฤติ ผู้กระทำความผิด และตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือญาติของผู้เสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลเพื่อลดปริมาณการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากผู้เมาแล้วขับ โดยดำเนินการตามกรอบอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้ และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
            อย่างไรก็ตาม กรมคุมประพฤติได้ดำเนินการพาผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าไปช่วยเหลือและศึกษาดูงานห้องดับจิต ระหว่างวันที่ 21 เม.ย.– 20 มิ.ย. 59 โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศไปแล้ว 47 แห่ง จำนวน 1,733 ราย
          ด้านนายแพทย์สุขสันต์  กิตติศุภกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากสิน กล่าวว่า โรงพยาบาลตากสินพร้อมให้ความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในการรับผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าทำงานบริการสังคมในโรงพยาบาลเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติเกิดจิตสำนึกและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการขับขี่ให้มีความปลอดภัยทางถนนมากยิ่งขึ้น
*************************************************
 

ตะลึง ! เต่ากระยักษ์วางไข่ 129 ฟองบนเกาะสมุย

         ะลึง ! ทช.พบเต่ากระยักษ์ ขึ้นมาวางไข่ 129 ฟองบนเกาะสมุย หลังก่อนหน้นนี้ปี  2555 และ2557 เคยขึ้นมาวางไข่แล้วเบื้องต้นเป็นเต่าที่ไมโครชิพและtagภายนอกเพื่อศึกษา และดำเนินการย้ายไข่เต่ามาไว้ในกล่องโฟมและทำการขนย้ายกลับมาเพาะฟักที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากร 

วันนี้ ( 20 มิ.ย.) นางสาวทิพามาศ อุปน้อย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)  เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ได้ลงพื้นที่บริเวณชายหาดโรงแรมศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท (หาดละไม) ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเฝ้าติดตามการวางไข่ของเต่าทะเล พบว่ามีแม่เต่ากระ ขนาดกระดองกว้าง 76 ซม. ยาว 82 ซม. จำนวน 1 ตัว ขึ้นมาวางไข่จำนวน 129 ฟอง จึงได้ดำเนินการย้ายไข่เต่ามาไว้ในกล่องโฟมและทำการขนย้ายกลับมาเพาะฟักที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากร
 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบหมายเลขไมโครชิพและtagภายนอก โดยแม่เต่ากระตัวดังกล่าวเคยขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาดนี้เมื่อปี 2555 และพบกลับมาวางไข่อีกครั้งในปี 2557 และปี2559 และหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ อ่าวไทยตอนกลางจึงได้ทำการตรวจสุขภาพภายนอกพร้อมกับเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อประเมินสุขภาพก่อนจะปล่อยแม่เต่ากระกลับคืนสู่ท้องทะเลต่อไป
***************************************

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฝนหลวงนำปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างความชุ่มชื้นผืนป่าเพิ่มป่าต้นน้ำ

       "นหลวง" นำข้าราชการ ประชาชน นักเรียน ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ชี้ฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุมชื้นเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำและเป็นต้นทุนความชื้นสำหรับการปฎิบัติการณ์ฝนหลวง
           นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานเปิดงานโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลในปี 2559 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 โดยมีข้าราชการจากหลายหน่วยงาน อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ประชาชน และนักเรียน เข้าร่วมงานจำนวนมาก เมื่อเร็วๆนี้ ( 12 มิ.ย.) ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองลำกง ต.วังท่าดี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่โครงการพระราชดำริฝนหลวงสามารถสร้างความชุ่มชื้นให้ทั่วผืนป่าและพื้นที่การเกษตรของประเทศ มีป่าต้นน้ำย่อมมีน้ำ และเมื่อมีน้ำย่อมก่อเกิดทุกสรรพสิ่งทำให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติ
"ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องหันมาร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการอนุรักษ์ไม่ใช่การหยุดเลิกใช้แต่การอนุรักษ์คือการใช้อย่างเหมาะสมและรักษาให้คงอยู่ตลอดไปเพื่อความยั่งยืน" อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าว
             ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากประเทศไทยได้ประสบปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2559 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีจำนวนลดลงเพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ร่วกันจัดทำโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเพื่อเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งทุกฝ่ายตระหนักในคุณค่าของป่าต้นน้ำและน้อมนำแนวพระราชดำริไปเป็นแนวทางสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมทำให้พื้นที่ป่าต้นน้ำสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนได้อย่างยั่งยืนรวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้ให้กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติควบคู่ไปกับการทำฝนหลวงในแต่วัน และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุมชื้นเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำและเป็นต้นทุนความชื้นสำหรับการปฎิบัติการณ์ฝนหลวง เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ทั้งนี้ การปลูกป่าครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้ต่างๆจากกรมป่าไม้ อาทิ พยุง ยางนา สะเดา ประดู่ มะค่าโมง มะขามป้อม และหว้า
    ทางด้านน.ส.นภัสสร ทองแย้ม อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม.6 จากโรงเรียนเพชรละครวิทยา บ้านท่าเสา ต.เพชรละคร อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ที่มาร่วมกิจกรรมปลูกป่ากล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันปลูกป่ามากๆ เนื่องจากต้นไม้ถูกตัดไปมากและโลกก็ร้อนขึ้นทุกวัน ที่ผ่านมามีการตัดไม้ทำลายป่าค่อนข้างมากการมาปลูกป่าครั้งนี้เป็นเรื่องดีเพราะจะได้มีป่าไม้ทดแทน ซึ่งโครงการปลูกป่าอย่างนี้อยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ และในวันนี้ก็มีเพื่อนๆที่โรงเรียนจำนวนมากมาร่วมใจกันปลูกป่าครั้งนี้ด้วย
***********************************************

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กรมฝนหลวงฯเดินหน้าเติมน้ำ 4 เขื่อนหลัก เขื่อนป่าสักฯแก้ปัญหากรุงเทพฯขาดแคลนน้ำ

        รมฝนหลวงฯเดินหน้าเติมน้ำ 4 เขื่อนหลัก มิ.ย.-ส.ค.ให้ได้ 3 พันล้านลูกบาศก์เมตร ชี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นกุญแจสำคัญแก้ไขปัญหาน้ำขาดแคลนพื้นที่กรุงเทพฯ แย้มฤดูฝนก็มีภารกิจที่ต้องทำฝนอยู่ทุกวันเพราะฝนที่ตกไม่มีกระจายตัวคลอบคลุมทุกภูมิภาคจึงทำให้บางพื้นที่ประสบภัยแล้งอยู่
            นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยระหว่างติดตามภารกิจการปฏิบัติหน้าที่ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ณ ฐานปฎิบัติการณ์ กองบิน 2  ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่กองทัพอากาศให้ใช้สถานที่และช่วยดูแลเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ว่าช่วงฤดูฝนที่มาถึงจะเห็นว่าฝนที่ตกลงมาก็ยังไม่ได้สร้างความชุ่มชื้นกับพื้นที่เกษตรเท่าที่ควร และในเขื่อนหลักๆ อาทิ  เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ น้ำที่ไหลลงเขื่อนปริมาณน้ำน้อยมาก ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการน้ำอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำขาดแคลนในกรณีน้ำทะเลหนุนเนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยกน้ำทะเลขึ้นก็จะใช้เขื่อนป่าสักฯเป็นตัวพลักดันน้ำเค็มและเพื่อให้การประปานครหลวงสามารถดำเนินการสามารถผลิตน้ำประปาได้ตามมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักฯเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแต่การใช้น้ำเพื่อการเกษตรคงมีข้อจำกัดซึ่ง
อยากให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลักในการทำการเกษตร แม้จะอยู่ในเขตชลประทานก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดในการนำน้ำเข้าสู่ระบบน้ำต้นทุนมีข้อจำกัด
  อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงฯ ได้เพิ่มความถี่ในการทำฝนและติดตามสภาพอากาศโดยเฉพาะในภาคกลางมีศูนย์ปฎิบัติการณ์อยู่ที่จ.กาญจนบุรีและลพบุรี ซึ่งหลังจากเดือนส.ค.นี้คาดว่าพายุจรคงจะเข้ามาช่วยให้ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆเพิ่มมากขึ้น และในแผนงานที่กรมฝนหลวงฯวางไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค.59 คือ จะเพิ่มปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนคือ เขื่อหลักภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้ได้ 3 พันล้านลูกบาศก์เมตร และ
หลังจากนั้นก็อาศัยพายุจร
 ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาวะสถานการณ์ปกติการเติมน้ำในเขื่อนต่างๆ กรมฝนหลวงจะปฎิบัติการณ์ตั้งแต่ส.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนจะมีอยู่ระดับหนึ่ง พอหลังจากเดือนส.ค.แล้วแนวโน้มที่จะมีพายุจรเข้ามาการคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะเข้าเขื่อนโดยปกติแล้วจะมีน้ำในระดับหนึ่ง ถ้าไปเร่งเติมก่อนส.ค.ก็จะไม่เกิดประโยชน์ เพราะหากมีน้ำจากพายุจรเข้ามามากการเร่งเติมน้ำก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะต้องระบายน้ำออกจากเขื่อน ทั้งนี้ สำหรับสภาวะไม่ปกติอย่างปีนี้กรมฝนหลวงฯ ได้เร่งทำงานให้เร็วขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ส.ค. เพื่อเติมน้ำใน 4 เขื่อนหลักให้ได้ 3 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งในช่วงนี้จะมีฝนตกแต่จากข้อมูลพบว่าฝนที่ตกยังไม่มีการกระจายตัวคลอบคลุมทุกพื้นที่ภูมิภาค ในบางพื้นที่ยังเกิดความแห้งแล้งเพราะไม่มีฝนตก และแม้จะเป็นฤดูฝนแต่ทางกรมฝนหลวงฯก็มีภารกิจหลักที่ต้องทำฝนอยู่ทุกวัน
***************************************************


วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ก.เกษตรฯ เดินหน้าโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ นำร่อง"เขาค้อ-น้ำหนาว"เพิ่มความชุ่มชื้นป่าต้นน้ำ

           ก.เกษตรฯ เดินหน้าโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศนำร่องอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่จะไปเติมน้ำให้กับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เตรียมติดตามผลงานสำรวจป่าว่าเมล็ดพันธุ์พืชที่โปรยได้ผลมากน้อยแค่ไหนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลป่าไม้ต้องสร้างจิตสำนึก สร้างความรู้ ความเข้าใจของคนในชาติ หลายองค์กรร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งจะช่วยทำให้เขาหัวโล้นมีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ มีน้ำบนภูเขาและมีต้นไม้ 
                พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศและการปลูกป่าในพื้นที่แหล่งต้นน้ำ ภายใต้แนวคิด "9 สัปดาห์ สู่วันมหามงคล" ที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์  เมื่อเร็วๆนี้ (13 มิ.ย.) ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กองทัพบก โดยมณฑลทหารบกที่ 31 และประชาชนในพื้นที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในวันนี้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงให้ความสำคัญกับเรื่องของน้ำและป่า กระทรวงเกษตรฯ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว โดยการปั้นดินแล้วบรรจุเมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆ อาทิ สัก มะค่าโมง ไผ่ ขี้เหล็ก ฯลฯ เพื่อนำไปโปรยในพื้นที่ป่าสงวนหรือในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะป่าต้นน้ำที่ขาดความชุ่มชื้นและขาดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ โดยการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศจะช่วยเสริมพันธุ์พืชในจุดกล่าวได้ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะปฏิบัติการนำร่องที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่จะไปเติมน้ำให้กับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.59 หลังจากนั้นก็จะดำเนินการขยายผลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ขาดความชุ่มชื้นให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นต่อไป
     "เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมรู้สึกมีความภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมโครงการดังกล่าวกับหน่วยงานต่างๆ และขอบคุณประชาชนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ เราทั้งหมดมีความตั้งใจที่จะทำเรื่องดีๆ อย่างนี้ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในโอกาสมหามงคลในปี 2559 นี้" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
                 รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า เราได้มีการประเมินผลหลังจากที่ได้โปรยเมล็ดพันธุ์พืชไปแล้ว โดยจะมีแบบฟอร์มการประเมิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ จะทำการเดินสำรวจป่าว่าเมล็ดพันธุ์พืชที่เราโปรยไปแล้วนั้น จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ได้ทำการประเมินไว้ก่อนแล้วว่าจะสำเร็จประมาณ 40% สาเหตุเนื่องจากเมล็ดพันธุ์พืชส่วนหนึ่งเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า และส่วนหนึ่งก็ไม่เจริญเติบโต ซึ่งหวังว่าเมล็ดพันธุ์พืชเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำให้มากที่สุด
      "ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลป่าไม้ต้องสร้างจิตสำนึก สร้างความรู้ ความเข้าใจของคนในชาติ เพราะถ้าเราปลูกต้นไม้แล้วยังมีคนเข้ามาบุกรุกทำลายป่าไม้ ผมเชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้ผมเห็นภาคเอกชนหลายองค์กรร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งจะช่วยทำให้เขาหัวโล้นมีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ มีน้ำบนภูเขา มีต้นไม้ โดยเราจะต้องช่วยกันสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าก่อน"  รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว
              ด้านนายเลอศักดิ์  ริ้วตระกูลไพบูลย์  อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  กล่าวว่าการเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อเตรียมการโปรยทางอากาศ ด้วยความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม  กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน  โดยเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช  บริเวณพื้นที่ผืนป่าอนุรักษ์และพื้นที่ผืนป่าทั่วประเทศ สำหรับเมล็ดพันธุ์พืชที่ได้รับมอบมาจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไป ได้จัดหาและเตรียมเมล็ดพันธุ์ไม้ชนิดที่เหมาะสม เป็นพันธุ์เบิกนำ พันธุ์ไม้บำรุงดิน พันธุ์ไม้พืชอาหารสัตว์ ตลอดจนไม้ยืนต้นดั้งเดิม
  นายเลอศักดิ์  กล่าวด้วยว่า  การโปรยเมล็ดพันธุ์พืช ในโครงการนี้เป็นการทำหลังจากปฏิบัติการฝนหลวงเสร็จเรียบร้อยแล้วในแต่ละวัน คาดว่าอีกประมาณ 9 สัปดาห์ต่อจากนี้จะเกิดการงอกของเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรมและการทำงานเชิงบูรณาการในครั้งนี้จะมีผลดีต่อระบบนิเวศน์และการทำฝนหลวงเนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ต้นทุนในการให้กำเนิดความชุ่มชื้นในการจะก่อให้เกิดเมฆและตกเป็นฝนกับสู่พื้นที่ป่าที่เป็นต้นน้ำไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรและแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำไว้ใช้ต่อไป
***********************************************

ตรวจเยี่ยมจนท.ป่าไม้ฉะเชิงเทรา

            นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ฉช.7 (หลุมตาสังข์) อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเร็วๆนี้
************************************

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

" วิษณุ" นั่งหัวโต๊ะรับบุกรุกป่านาคาน้อยผลิตปิโตรเลียมเพชรบูรณ์ตุ๋นประกอบพิธีฮัจย์ซาอุฯ คดีพิเศษ

       "วิษณุ" นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานถกคณะกรรมการคดีพิเศษ ที่ประชุมมีมติรับคดีพิเศษทางอาญาที่ต้องสืบสวนและสอบสวน 3 เรื่อง บุกรุกป่าทุจริตออกเอกสารสิทธิเกาะนาคาน้อย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บริษัทเอกชนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จ.เพชรบูรณ์ และหลอกลวงชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุฯ 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (10 มิ.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 1/2559 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยที่ประชุมสรุปผลการประชุมว่า 1. คณะกรรมการได้พิจารณาออกประกาศ กคพ.(ฉบับที่6) พ.ศ.2559 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยกำหนดว่าคดีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน กฎหมายป่าไม้ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดซับซ้อน กระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงประเทศ มีผู้ทรงอิทธิพลเกี่ยวข้อง หรือมีฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้อง ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ในข้อหาใดบ้างต้องดำเนินการโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากนี้จะนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีอำนาจดำเนินคดีจำพวกนี้ได้โดยไม่ต้องมาขออนุมัติคณะกรรมการคดีพิเศษเป็นรายคดีอีก
                   2. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 จำนวน 3 เรื่อง คือ 1. กรณีการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐด้วยการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายบริเวณเกาะนาคาน้อย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และจำเป็นต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความซับซ้อนในการสืบสวนสอบสวน จึงมีมติรับไว้เป็นคดีพิเศษ   2. กรณีบริษัทเอกชนดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ ช่วงปี พ.ศ.2553 – 2557 อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียม ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนในเขตพื้นที่อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ร้องเรียนเข้ามา และได้ลงไปสืบสวนแล้ว พบประเด็นเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันในพื้นที่ สปก. ซึ่งจะต้องไปสืบสวนสอบสวนว่าตามกฎหมายกระทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะอาจเกี่ยวกับภาษีค่าภาคหลวงที่เป็นรายได้ของประเทศ จึงมติรับไว้เป็นคดีพิเศษ
                   ส่วนเรื่องที่ 3 กรณีกล่าวหาว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์หลอกลวงชาวมุสลิมว่าสามารถประสานการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้เป็นการอ้างความเชื่อทางศาสนาอิสลาม ไปหลอกลวงประชาชนมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามีโควต้าสำหรับเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียสำหรับมุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งตามปกติจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 180,000 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องการประสานงาน คนละ 15,000 บาท โดยมีประชนชนพี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลงเชื่อ ทราบจำนวนในเบื้องต้นกว่า 500 ราย ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงมติรับไว้เป็นคดีพิเศษ
******************************************

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตรวจยึดซากปะการัง-หอยมือเสือคาสนามบินกระบี่

                สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ 7 (สบทช.ที่7) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-เกาะพีพี ได้ตรวจยึดซากสัตว์ป่าที่ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ โดยพบซากปะการังและซากหอยมือเสือ ประมาณ 500 ชิ้น มีน้ำหนักรวม 171 กก. ไม่พบผู้กระทำความผิด เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ทั้งนี้ จึงได้ทำการเขียนบันทึกจับกุม ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.ุ2535 ตามมาตรา 19 บทลงโทษ ตามมาตรา 47 ปรับไม่เกิน 40,000 บาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ทางเจ้าหน้าที่สบทช.ที่ 7 จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหนือคลอง เพื่อดำเนินการหาผู้กระทำความผิดต่อไป
**********************************

ประณามคุกคามสื่อเหตุยิงถล่มรถนักข่าวพิมพ์ไทย

         สมาคมผู้สื่อฯ แถลงการณ์ประณามคุกคามสื่อมวลชนยิงถล่มรถนักข่าวพิมพ์ไทย ประจำสตช. พบหลักฐานกระสุน 6 นัด ชนิดจุด 22 ไรเฟิ้ล หัวตะกั่ว บิ๊กตร.ลั่นดูแลคดีเต็มที่ 
กรณีคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนไม่ทราบชนิดยิงถล่มรถยนต์ของนายชาติชาย สุขสมนึก ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  บริเวณหน้าบ้านภายในซอยตากสิน 34  แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 7 มิ.ย.59 ส่งผลให้รถยนต์ ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี ได้รับความเสียหาย บริเวณกระจกหน้ารถด้านคนขับ และฝากระโปรงรถยนต์  โดยนายชาติชาย ระบุว่าเวลา ประมาณ 02.00น.ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงรอจนช่วงเช้าลงมาตรวจสอบพบว่ารถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมยืนยัน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง หรือมีศัตรูที่ไหน
 ด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการผบช.น.  ระบุเบื้องต้นตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระสุน 6 นัด ชนิดจุด 22 ไรเฟิ้ล หัวตะกั่ว คาดว่าคนร้ายยิงจากจุดที่อยู่ไม่ไกลจากตัวรถมากนัก จึงสั่งการให้สายตรวจเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น
  ทางด้านพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุ คดีไม่มีความซับซ้อนซึ่งตำรวจพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าวหรือประชาชนทั่วไป ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นการข่มขู่สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนหรือไม่นั้น สามารถมองได้ แต่ต้องดูว่าสาเหตุมาจากอะไร
   ขณะที่สมาคมผู้สื่อข่าว และช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ประณามการคุกคามสื่อมวลชนครั้งนี้ โดยแถลงการระบุเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำก็ตาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ใช้ความรุนแรงเป็นการข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้นสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ขอประณามการกระทำทีใช้ความรุนแรงในครั้งนี้ 1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เพราะการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนเท่ากับเป็นการคุกคามเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงของประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ  และ2.ขอเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน
และเมื่อคดีมีความคืบหน้าขอให้แถลงผลความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยแก่ประชาชน
*************************************

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

มอบข้าวสารสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

             นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มอบข้าวสารตราฉัตร จำนวน  600 กิโลกรรม  ซึ่งได้รับการบริจาคจาก นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะบริหารข้าวตราฉัตร ให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่ผนึกกำลังในการจัดเรียงและคัดแยกไม้ของกลาง ตามระบบคดี จำนวน 20,000 ท่อน/เหลี่ยม ที่ตรวจยึดจับกุมได้จากผู้กระทำผิดกฎหมาย ณ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ สพ.1 (ด่านช้าง) จ.สุพรรณบุรี
************************************

บิ๊กเกษตรจับมือหลายหน่วยงาน ปลูกป่าโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ

       บิ๊กเกษตร จับมือหลายหน่วยงาน ปลูกป่าโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติฯ 
           ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ (6 มิ.ย.59) พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมความคืบหน้าโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า  เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลในปี พ.ศ. 2559 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิง-ถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 12  สิงหาคม 2559  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดทำโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศและการปลูกป่าในพื้นที่แหล่งต้นน้ำ ภายใต้แนวคิด "9 สัปดาห์ สู่วันมหามงคล" ขึ้น เพื่อเป็นโครงการคืนผืนป่าเฉลิมพระเกียรติฯ  ช่วยเพิ่มความชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ทุกฝ่ายตระหนักในคุณค่าของป่าต้นน้ำ เป็นแนวทางในการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีการบูรณาหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กองทัพบก โดยมณฑลทหารบกที่ 31 และมณฑลทหารบกที่ 36 กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  กรมการปกครอง  และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
           ทั้งนี้ โครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติ ฯ จะดำเนินการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ผืนป่าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 12  มิ.ย. – 30 ก.ย. 59  สำหรับกระทรวงเกษตรฯ เราคาดว่าจะได้รับผลดีหลายอย่างเช่น เพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ และแหล่งอาหารสัตว์ป่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ผืนป่าทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
   ด้านนายเลอศักดิ์  ริ้วตระกูลไพบูลย์  อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  กล่าวว่า การดำเนินการปลูกป่าในโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติ ฯ  จะเริ่มโครงการ 2 กิจกรรมใน 2 จังหวัด ได้แก่ วันที่ 12 มิ.ย. 59 ณ อ่างเก็บน้ำคลองลำกง ต.วังท่าดี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นการปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์ทางอากาศได้กำหนดเริ่มโครงการในวันที่ 13 มิ.ย. 59 ณ สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดโครงการลักษณะเมล็ดพันธุ์ต่างๆ การสาธิตการทำเมล็ดพันธุ์ปั้นดิน  และการสาธิตโปรยเมล็ดพันธุ์ทางอากาศ โดยมีรมว.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน
***************************************

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทช.ติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว หวังฟื้นฟูสั่งคุมเข้มภัยคุกคามจากมนุษย์

            ทช.ติดสถานการณ์ปะการังฟอกขาวสั่งคุมเข้มภัยคุกคามจากมนุษย์ห้ามกิจกรรมที่ทำอันตรายต่อปะการัง ทิ้งขยะและปล่อยมลพิษลงบนแนวปะการัง และอื่นๆอีกอื้อ วอนขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนในการอนุรักษ์ปะการังของไทยให้ยั่งยืน
    นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่จังหวัดระยอง โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 804 ไปยังเกาะมันใน เพื่อเยี่ยมชมสถานเพาะเลี้ยงปะการัง และลงพื้นที่ดำน้ำดูปะการังที่เกิดการฟอกขาวในบริเวณ เกาะมันใน และเกาะเสม็ด จ.ระยองเมื่อเร็วๆนี้(31 พ.ค.59)ว่า  สถานการณ์ปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะมันในและหมู่เกาะเสม็ดจังหวัดระยองในปี 2559 พบว่าอยู่ในระดับรุนแรง(สีเหลือง) เกิดการฟอกขาว 30-40 เปอร์เซ็นต์ของปะการังมีชีวิต (ถือว่าอยู่ในระดับเริ่มรุนแรง –น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์) สำหรับปะการังที่ฟอกขาว ได้แก่ ปะการังโขดปะการังกาแล็กซี่ ปะการังลายดอกไม้ ปะการังรังผึ้ง ปะการังรังผึ้งเล็ก ปะการังหนามขนุน ปะการังสมองร่องยาว ปะการังสมองร่องใหญ่ ปะการังวงแหวน ปะการังผิวยู่ยี่ และปะการังเขากวาง นอกจากนี้พบหอยมือเสือฟอกขาวเช่นกัน ข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลพบว่าค่าเฉลี่ยอุณหภูมิน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ตามลำดับ เดือน ก.พ. เท่ากับ 28.5 เดือน มี.ค. เท่ากับ 30.2 เดือน เม.ย. เท่ากับ 31.9 เดือน พ.ค. เท่ากับ 32.4 จนถึงวันที่ 25 พ.ค.59 และสูงสุดที่ 33.85 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยลดลง 1-2 องศาเซลเซียสแล้ว
                 รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่า หากอุณหภูมิของน้ำลดลงอยู่ในระดับปกติก็คาดว่าสถานการณ์ปะการังฟอกขาวจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และยังต้องติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวกันตลอด ทั้งใช้มาตรการเร่งด่วน โดยใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2559 มาตรา 17 ในการลดผลกระทบและภัยคุกคามจากมนุษย์ที่มีต่อแนวปะการังในช่วงวิกฤตนี้ เพื่อให้ปะการังที่ฟอกขาวมีโอกาสรอดจากการตายให้ได้สูงที่สุด โดยการห้ามกิจกรรมที่ทำอันตรายต่อปะการัง ได้แก่ ห้ามการทอดสมอเรือในแนวปะการัง ห้ามการทิ้งขยะและปล่อยมลพิษลงบนแนวปะการัง ห้ามการขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง ห้ามกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดตะกอนลงสู่แนวปะการัง ห้ามการจับสัตว์น้ำในแนวปะการัง ห้ามการให้อาหารปลาในแนวปะการัง ห้ามการเดินเหยียบย่ำแนวปะการัง และห้ามการเก็บหรือทำลายปะการัง เว้นแต่การกระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ และควบคุมการใช้ประโยชน์แนวปะการังโดยการควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในแนวปะการังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง
       อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของแนวปะการังและสร้างสมดุลของการใช้ประโยชน์ ผ่านการใช้มาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ทช. ในการออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของแนวปะการัง กำหนดมาตรฐานการใช้ประโยชน์แนวปะการัง ควบคุมเฝ้าระวัง ฟื้นฟูแนวปะการังและสนับสนุนงานวิจัยเพื่อการบริหารจัดการแนวปะการัง และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนในการอนุรักษ์ปะการังของไทยให้ยั่งยืนตลอดไป
*************************************

สนธิกำลังเข้ารื้อถอนโพงพางกีดขวางร่องน้ำทะเลสาบสงขลา

                สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (สบทช.ที่ 5) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมประมง,กองทัพเรือภาค 2,ตำรวจน้ำ,กรมเจ้าท่า,และกรมการปกครอง ร่วมรื้อถอนโพงพาง จากท่าเทียบเรือประมงสงขลา ถึงปากร่องน้ำสงขลาที่ติดตั้งขึ้นมาใหม่ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ร่วมกันรื้อถอนเมื่อวันที่ 31 มี.ค.59 ที่ผ่านมา จำนวน 70 ช่อง โดยได้รื้อไปได้แล้ว 36 ช่อง เหลืออีกจำนวน 24 ช่อง ที่ไม่สามารถเข้ารื้อถอนได้ เนื่องจากมีชาวประมงประมาณ 200 คน รวมตัวกันกดดันเจ้าหน้าที่ด้วยวิธีการปิดล้อม บริเวณท่าเทียบเรือของกรมประมง และท่าเทียบแพขนานยนต์
ข้ามฟากระหว่าง อ.สิงหนคร
        ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าการรื้อถอนโพงพางเพื่อเป็นการจัดระเบียบเครื่องมือประมงโพงพาง ตามแผนที่ได้กำหนดไว้เพื่อทำการขุดลอกร่องน้ำคืนความสมบูรณ์ให้ทะเลสาบสงขลากลับคืนมา ที่ผ่านมา ทาง จ.สงขลา ได้ดำเนินการไประยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีบางช่วงที่ยังมีโพงพางที่กีดขวางร่องน้ำการเดินเรือในทะเลสาบสงขลาที่เจ้าของไม่ยินยอมรื้อถอน และมีการขัดขวางการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่
*************************************

ทช.ลุยตรวจยึดซากกัลปังหา


   สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สบทช.ที่ 3) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ทำการเข้าตรวจยึดซากกัลปังหา ซึ่งวางขายอยู่ในงานเทศกาลอาหารทะเล ถ.เลียบชายหาดอ่าวประจวบฯ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 19 และ 20 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ทางเจ้าหน้าที่ สบทช.ที่ 3 จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อไป
*****************************************