วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทช.ติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว หวังฟื้นฟูสั่งคุมเข้มภัยคุกคามจากมนุษย์

            ทช.ติดสถานการณ์ปะการังฟอกขาวสั่งคุมเข้มภัยคุกคามจากมนุษย์ห้ามกิจกรรมที่ทำอันตรายต่อปะการัง ทิ้งขยะและปล่อยมลพิษลงบนแนวปะการัง และอื่นๆอีกอื้อ วอนขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนในการอนุรักษ์ปะการังของไทยให้ยั่งยืน
    นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่จังหวัดระยอง โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 804 ไปยังเกาะมันใน เพื่อเยี่ยมชมสถานเพาะเลี้ยงปะการัง และลงพื้นที่ดำน้ำดูปะการังที่เกิดการฟอกขาวในบริเวณ เกาะมันใน และเกาะเสม็ด จ.ระยองเมื่อเร็วๆนี้(31 พ.ค.59)ว่า  สถานการณ์ปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะมันในและหมู่เกาะเสม็ดจังหวัดระยองในปี 2559 พบว่าอยู่ในระดับรุนแรง(สีเหลือง) เกิดการฟอกขาว 30-40 เปอร์เซ็นต์ของปะการังมีชีวิต (ถือว่าอยู่ในระดับเริ่มรุนแรง –น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์) สำหรับปะการังที่ฟอกขาว ได้แก่ ปะการังโขดปะการังกาแล็กซี่ ปะการังลายดอกไม้ ปะการังรังผึ้ง ปะการังรังผึ้งเล็ก ปะการังหนามขนุน ปะการังสมองร่องยาว ปะการังสมองร่องใหญ่ ปะการังวงแหวน ปะการังผิวยู่ยี่ และปะการังเขากวาง นอกจากนี้พบหอยมือเสือฟอกขาวเช่นกัน ข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลพบว่าค่าเฉลี่ยอุณหภูมิน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ตามลำดับ เดือน ก.พ. เท่ากับ 28.5 เดือน มี.ค. เท่ากับ 30.2 เดือน เม.ย. เท่ากับ 31.9 เดือน พ.ค. เท่ากับ 32.4 จนถึงวันที่ 25 พ.ค.59 และสูงสุดที่ 33.85 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยลดลง 1-2 องศาเซลเซียสแล้ว
                 รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่า หากอุณหภูมิของน้ำลดลงอยู่ในระดับปกติก็คาดว่าสถานการณ์ปะการังฟอกขาวจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และยังต้องติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวกันตลอด ทั้งใช้มาตรการเร่งด่วน โดยใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2559 มาตรา 17 ในการลดผลกระทบและภัยคุกคามจากมนุษย์ที่มีต่อแนวปะการังในช่วงวิกฤตนี้ เพื่อให้ปะการังที่ฟอกขาวมีโอกาสรอดจากการตายให้ได้สูงที่สุด โดยการห้ามกิจกรรมที่ทำอันตรายต่อปะการัง ได้แก่ ห้ามการทอดสมอเรือในแนวปะการัง ห้ามการทิ้งขยะและปล่อยมลพิษลงบนแนวปะการัง ห้ามการขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง ห้ามกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดตะกอนลงสู่แนวปะการัง ห้ามการจับสัตว์น้ำในแนวปะการัง ห้ามการให้อาหารปลาในแนวปะการัง ห้ามการเดินเหยียบย่ำแนวปะการัง และห้ามการเก็บหรือทำลายปะการัง เว้นแต่การกระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ และควบคุมการใช้ประโยชน์แนวปะการังโดยการควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในแนวปะการังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง
       อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของแนวปะการังและสร้างสมดุลของการใช้ประโยชน์ ผ่านการใช้มาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ทช. ในการออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของแนวปะการัง กำหนดมาตรฐานการใช้ประโยชน์แนวปะการัง ควบคุมเฝ้าระวัง ฟื้นฟูแนวปะการังและสนับสนุนงานวิจัยเพื่อการบริหารจัดการแนวปะการัง และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนในการอนุรักษ์ปะการังของไทยให้ยั่งยืนตลอดไป
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น