วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ชาวบ้านเฮ ทส.มอบหนังสืออนุญาตให้ทำกิน ในเขตป่าชายเลนนครศรีฯ

              ากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ยกเว้นมติ ครม.เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 เพื่อนำที่ดินที่เป็นป่าชายเลนในท้องที่ อ.เมือง และอ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ 27,000 ไร่ ไปจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินการไปตามระเบียบและกฎหมาย และกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกพื้นที่จำนวน 16,000 ไร่ ที่จะนำไปฟื้นฟูให้เป็นป่าชายเลนและจัดทำเป็นป่าชุมชนหรือป่าเศรษฐกิจ
            เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์อยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลน จ.นครศรีธรรมราช ภายใต้โครงการจัดการที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่อาคารเอนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลเมืองปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย หนังสืออนุญาตจำนวน 4 ฉบับ คือ (1) ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเลนปากน้ำ จำนวน 1,527-1-29 ไร่ (2) ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเลนปากพนังฝั่งตะวันตก จำนวน 583-3-40 ไร่ (3) ป่าสงวนแห่งชาติปากพยา-ปากนคร จำนวน 1,853-0-69 ไร่ ต่อจากนั้นกระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้นำพื้นที่ดังกล่าวไปจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือ คทช.ต่อไป
            พล.อ.สุรศักดิ์ เน้นย้ำว่า วันนี้มอบหนังสืออนุญาต 3 ป่า จำนวน 3,964 ไร่ ส่วนที่เหลืออีกประมาณเกือบ 7,000 ไร่ ได้กำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนการขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 นี้
            น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจังหวัดนครศรีธรรมราชเหลือป่าชายเลนเพียงประมาณ 80,922 ไร่ ซึ่งกรม ทช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นไปตามมติ ครม.โดยนำร่องนำพื้นที่ป่าชายเลนที่เปลี่ยนแปลงสภาพหรือเสื่อมโทรมไปแล้วมาจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของ คทช.ครั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และใช้ที่ดินให้เกิดประโชน์สูงสุด ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าชายเลนและชายฝั่งต่อไป
           "โครงการจัดหาที่ดินทำกินให้กับชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินในเขตป่าชายเลน ซึ่งในพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ป่าชายเลนปากพนังฝั่งตะวันตก อยู่ใน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตามโครงการเราจะมีพื้นที่ทั้งหมด 3 ป่าสงวน รวม 27,000 ไร่ เราจะจัดที่ดินทำกิน จำนวน 11,000 ไร่ สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยเดิม แล้วยังมีพื้นที่ที่ขอคืนจากชุมชน เพื่อให้เป็นป่าชุมชนและป่าเศรษฐกิจ เพื่อให้เป็นระบบนิเวศป่าชายเลนสามารถอยู่ได้อีก 16,000 ไร่อีกด้วย" น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าว

         ทางด้านนายวุฒิศักดิ์ ดวงศิริ กำนัน ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของปัญหาความเดือดของพี่น้องประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วย อ.ปากพนัง มี 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก และต.คลองน้อย ที่ได้รับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์อยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลนครั้งนี้  จำนวน 60 กว่าครัวเรือน ซึ่งหลังจากนี้ต่อไปพี่น้องประชาชนจะได้มีที่ดินทำกินส่วนหนึ่ง และก็สามารถขึ้นทะเบียนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ เช่น เลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ ทำให้มีรายได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ผมในฐานะผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านขอยืนยันว่าจะไม่มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติม ถ้าหากพบว่ามีการบุกรุกเพิ่มขึ้น เราจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดีกับทุกรายที่ทำการบุกรุกแผ้วถาง  
    ด้านนางลำดวน กิมิลา ชาวบ้าน ม.2 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บอกว่า ปัญหาตรงนี้เกิดขึ้นมายาวนาน ต้องกราบขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่ให้โอกาสชาวบ้านได้มีที่ดินทำมาหากินในพื้นที่ตรงนี้ พวกเราสัญญาว่าจะช่วยกันดูแลรักษาระบบนิเวศให้ยั่งยืนและจะไม่บุกรุกป่าเพิ่มเติมแน่นอน

****************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น