วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมสหกรณ์ลุยแก้ปัญหาสหกรณ์ทั่ว ปท.

"ธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์" เผยความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องของสหกรณ์ทั่วประเทศตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หลังตรวจสอบข้อมูลสหกรณ์เป้าหมาย 691 แห่ง และประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานของสหกรณ์ที่ส่อทำให้เกิดความเสียหาย หรือดำเนินการนอกกรอบวัตถุประสงค์ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์คอยให้คำแนะนำและติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ส่งผลทำให้ปัญหาข้อบกพร่องของสหกรณ์ในปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงเหลืออีก 59 แห่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
         ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจข้อมูลตัวเลขสหกรณ์ที่ยังมีการดำเนินงานนอกกรอบวัตถุประสงค์หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ในอนาคต ซึ่งเมื่อปี 2558 ได้ตรวจสอบพบสหกรณ์ที่มีปัญหาการดำเนินงานและยังมีข้อบกพร่องอยู่จำนวน 691 แห่ง มูลค่าการดำเนินธุรกิจเสียหายประมาณ 4,559.45 ล้านบาท โดยพบข้อบกพร่อง 5 ด้าน ได้แก่ ข้อบกพร่องทางด้านบัญชี ข้อบกพร่องทางการเงิน การดำเนินการนอกกรอบวัตถุประสงค์ หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงปัญหาการทุจริตในสหกรณ์
      อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกการดำเนินงานของสหกรณ์ทั้ง 691 แห่ง พบว่าปัญหาส่วนใหญ่คือการขาดทุน ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซื้อสินค้าเกินความต้องการของสมาชิก ทำให้มีสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมากและเสื่อมคุณภาพ บางสหกรณ์ไม่สามารถปิดบัญชีได้ หรือลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่เหมาะสม และมีหลายสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจนอกแผนดำเนินงานและมีการกำหนดระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับของสหกรณ์ จึงได้มีหนังสือแจ้งให้สหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ใช้อำนาจตามกฎหมายพิจารณาสั่งการให้สหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องทันที พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปติดตามผลการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของแต่ละสหกรณ์อย่างใกล้ชิด และหากพบว่าสหกรณ์ใดมีการทุจริต ก็ให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสหกรณ์ได้จำนวน 632 แห่ง ป้องกันความเสียหายทางธุรกิจสหกรณ์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,387.26 ล้านบาท และยังคงเหลืออีกจำนวน 59 แห่ง มูลค่าธุรกิจประมาณ 1,172.19 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง และเร่งสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบ บางสหกรณ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบบัญชีและตรวจสอบเอกสารของผู้สอบบัญชี เพื่อดำเนินการปิดบัญชีให้แล้วเสร็จ ส่วนสหกรณ์ที่มีปัญหาการทุจริต ก็อาจจะยุบเลิกทันที
   "สำหรับมาตรการป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องของสหกรณ์อีกนั้น จะเน้นในเรื่องระบบการควบคุมภายในที่ดีของสหกรณ์ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์และฝ่ายจัดการสหกรณ์ เพื่อให้บุคลากรของสหกรณ์มีองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ และยังมีการจัดตั้งโรงเรียนผู้ตรวจการสหกรณ์เพื่อพัฒนาความรู้ เพิ่มทักษะและประสบการณ์แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องลงพื้นที่ไปตรวจสหกรณ์ ให้รู้เท่าทันสภาพปัญหาของสหกรณ์แต่ละแห่ง และสามารถให้คำแนะนำแก่สหกรณ์ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังกำหนดให้ทุกสหกรณ์มีผู้จัดทำบัญชีประจำ ซึ่งจากการประเมินผลการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว พบว่าข้อบกพร่องของสหกรณ์ในแต่ละจังหวัดมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบปัญหาและข้อบกพร่องของสหกรณ์ได้เร็ว  สามารถป้องปรามไม่ให้ความเสียหายขยายผลในวงกว้างได้ทันท่วงที" อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
****************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น