วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

ฉันไม่กลัวฝนตก ความในใจพ่อค้าต่างด้าว

            ลาดนัดชานเมืองหลวงที่ซึ่งผู้คนหลากหลายอาชีพจากประเทศต่างๆมาอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก  ขณะที่ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนถนนฟุตบาท พ่อค้าขายไส้กรอกปิ้งชาวพม่า ถามพ่อค้าเขมรที่ขายไข่ปิ้งว่า ระหว่าฝนตกกับ "หน่วยจับ" 
แกกลัวอะไรมากกว่ากัน !!
พ่อค้าไข่ปิ้งได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า "หน่วยจับ" น่ากลัวกว่ามาก เพราะเรากลัวถูกจับขังคุกและส่งกลับบ้าน พ่อค้าขายไส้กรอกปิ้งทำหน้าตาสงสัย แล้วจึงถามต่อว่าเพราะอะไรทำไมถึงกลัวถูกจับ ก็แค่ขายไข่ปิ้งค้าขายสุจริต พ่อค้าเขมรขายไข่ปิ้งจึงตอบว่าเพราะเราลักลอบเข้าเมืองแถมมายึดอาชีพค้าขาย
ซึ่งผิดกฎหมายของที่นี่ !!
         ที่สำคัญเรายังไม่ได้จ่ายและเคลียกับ "หน่วยจับ" พ่อค้าขายไส้กรอกปิ้งชาวพม่า จึงบอกว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมแกถึงกลัว "หน่วยจับ" มากกว่ากลัวฝน เพราะคนอาชีพค้าขายที่ตลาดนัดอย่างพวกเราไม่ว่าคนชาติไหนหรือต่างด้าว ทุกคนต่างกลัวฝนกันทั้งนั้น เพราะถ้าฝนตกนั่นหมายถึงขายของไม่ได้
เนื่องจากลูกค้าจะหนีฝนกันหมด !!
แต่สำหรับเรากลัว "ไอ้เทศ" (หน่วยจับหาบเร่) มากกว่าขี้เกียจเข็นรถหนี้ พ่อค้าพม่าบ่นอย่างมีอารมณ์ ใกล้ๆมีพ่อค้าคนลาวขายข้าวโพดต้มยืนยิ้มขณะฟังพ่อค้าพม่าคุยกับพ่อค้าเขมรอยู่ เมื่อพ่อค้าพม่ามองไปเห็นจึงถามพ่อค้าคนลาวว่า แล้วแกละกลัวอะไรมากกว่ากัน พ่อค้าค้าคนลาวจึงตอบไปว่าเราไม่กลัวหรอก
ทั้ง "หน่วยจับ" และ "ไอ้เทศ" ??
พ่อค้าพม่าทำหน้าตาสงสัยเหมือนอยากรู้ว่าเพราะอะไร พ่อค้าขายข้าวโพดต้มคนลาวจึงบอกว่าก็เพราะเราเคลียกับ "หน่วยจับ" และ "ไอ้เทศ" เป็นที่เข้าใจกันแล้วหมดปัญหา ขณะที่บรรดาพ่อค้าต่างด้าวกำลังคุยกันอย่างออกรสชาติบรรยากาศตลาดนัดฟุตบาทก็วุ่นวายและโกลาหลอีกครั้ง เมื่อพ่อค้าชาวพม่าตะโกนขึ้นว่า
"หนีเร็วไอ้เทศมาแล้ว"...!!!
                                       พุ ศิลป์ปิ่น
(ปล.เรื่องสั้นนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงไม่มีเจตนาพาดพิงใคร)
************************************************


วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

๑๐๐ ปี สหกรณ์ไทยปันน้ำใจให้น้องน้อย

           ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ "CSR ๑๐๐ ปี สหกรณ์ไทย ปันน้ำใจให้น้องน้อย" ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายชาญชัย นิมิตมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 และรศ.ทพ.สุรินทร์ สูอำพัน ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ร่วมให้การต้อนรับ
   ดร.วิณะโรจน์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี สหกรณ์ไทย และโอกาสที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ร่วมสนองงานส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครบ 25 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการ Corporate Social Responsibility "(CSR) ๑๐๐ ปี สหกรณ์ไทย ปันน้ำใจให้น้องน้อย" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสครบรอบ 100 ปี สหกรณ์ไทย และเพื่อส่งเสริมให้ขบวนการสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่รับผิดชอบได้ร่วมกันทำความดีสู่สังคมและโรงเรียน มีส่วนร่วมในการบำเพ็ญประโยชน์เป็นไปตามหลักการสหกรณ์ ข้อที่ 7 คือการเอื้ออาทรต่อชุมชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสหกรณ์ และในครั้งนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ได้มอบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและสื่อการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนเป้าหมาย จำนวน 6 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ "CSR ๑๐๐ ปี สหกรณ์ไทย ปันน้ำใจให้น้องน้อย" ได้แก่ โรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปภัมภ์ เขตปทุมวัน, โรงเรียนวัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ, โรงเรียนวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา, โรงเรียนวัดสิตาราม เขตป้อมปรามฯ, โรงเรียนหมู่บ้านเกาะโพธิ์ เขตบางขุนเทียน, โรงเรียนวัดสุตธรรมมาราม จังหวัดนครนายก
  พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมกิจกรรมการสอนเด็กพิเศษของโรงเรียนวัดปุรณาวาส ที่เปิดรับเด็กพิเศษเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติ ซึ่ง "โครงการ CSR  ๑๐๐ ปี สหกรณ์ไทย ปันน้ำใจให้น้องน้อย" ส่วนหนึ่งจะช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษเหล่านี้ด้วย เพื่อให้เด็กพิเศษสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ เป็นการร่วมแรงร่วมใจของขบวนการสหกรณ์ที่ทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์และขบวนการสหกรณ์จะร่วมกันสานต่อโครงการนี้ต่อไป และจะขยายผลไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่างๆ ด้วย
*********************************************

กรมฝนหลวงฯ ตั้งเป้าผลิตนักบินปี 61 เพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการฝนหลวง

           นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร ด้านปฏิบัติการ น.อ.จิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ รองผู้ว่าการฝ่ายวิชาการ สถาบันการบินพลเรือน นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนายพีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินการเกษตรกับสถาบันการบินพลเรือน และพิธีลงนามในสัญญารับทุนอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาระบบอากาศยานไร้นักบินสำหรับการตรวจอากาศชั้นบน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการฝนหลวง ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินการเกษตรกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ณ ห้องประชุมพึ่งบุญ ชั้น 8 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร บางเขน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
               นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีพันธกิจในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ การพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนและการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อสนันสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ กรมฝนหลวงฯ จึงร่วมกับสถาบันการบินพลเรือนในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมการบินให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ กรมฝนหลวงฯ จึงได้วางแผนดำเนินการในปี 2561 โดยจัดตั้งงบประมาณเพื่อผลิตบุคลากรด้านการบินใช้เอง และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตนักวิทยาศาสตร์ให้เป็นนักบิน แต่การทำ MOU กับสถาบันการบินพลเรือนในครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นและศึกษาความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2561
    "ส่วนเป้าหมายการผลิตนักบินจำนวนเท่าไหร่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่จะได้ ซึ่งจริงๆ แล้วกรมฝนหลวงฯ จะต้องมีนักบินจำนวน 90 นาย แต่ขณะนี้เรามีนักบินเพียง 57 นาย ในส่วนที่เราขาดก็จะต้องเพิ่มเติม แต่การที่จะเพิ่มเติมก็คงไม่ได้เพิ่มทีเดียว 30 หรือ 40 นาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย ซึ่งเราจะต้องผลิตนักบินให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะความพร้อมทางด้านร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ" นายเลอศักดิ์ กล่าว
    ทางด้าน น.อ.จิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน กล่าวเสริมว่า ตามที่กรมฝนหลวงฯ ยังขาดแคลนนักบิน ซึ่งสถาบันการบินพลเรือนในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่ในการผลิตนักบินและพัฒนาบุคลากรทางด้านการบิน การลงนาม MOU ในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรทางด้านการบิน ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และขอยืนยันว่าเราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการพัฒนาบุคลากรด้านการบินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

รำลึก "ศิลป์ พีระศรี" วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่

     "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"....."พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"  เป็นคำอมตะที่ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี เคยกล่าวไว้ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และเป็นวลีหนึ่งที่หลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานศิลปะ หรือประกอบอาชีพอื่นๆมักจะจดจำวลีนี้มาคอยเตือนสติตนเองในการผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้อะไรจะเกิดกับชีวิตเราบ้างอยากวาดรูปหรืออยากจะทำอะไรให้ลงมือทำเลยอย่ารีรอ
ศาสตราจารย์ศิลป์ เข้ารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นของกรมศิลปากร กระทรวงวัง ปีพ.ศ. 2466 และสร้างผลงานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งการจัดสร้างอนุสาวรีย์ในยุคสมัยของท่านนับเป็นยุคแรกที่ได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญขึ้นในประเทศไทย  และจากการที่ท่านได้ฝึกฝนเยาวชนไทยให้เข้าช่วยงานปั้นอนุสาวรีย์  จึงเป็นแรงบันดาลใจท่านจัดตั้งโรงเรียนของทางราชการขึ้นในปี พ.ศ. 2469 โดยสอนเฉพาะวิชาประติมากรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ทางกระทรวงธรรมการได้เห็นความสำคัญในสิ่งที่ท่านทำ จึงได้จัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนศิลปากรและยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในเวลาต่อมา
            ศาสตราจารย์ศิลป์  มีผลงานทางด้านเอกสารทางวิชาการ ตำรา และบทความมากมาย ซึ่งล้วนแต่ให้ความรู้ทางศิลปะ  ศาสตราจารย์ศิลป์ เดิมชื่อ CORRADO FEROCI เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 ที่ซานยิโอวานนี เมืองฟลอเรนซ์  ประเทศอิตาลี และถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจและโรคเนื้องอกในลำไส้ที่โรงพยาบาลศิริรราช คืนวันที่ 14 พฤษภาคม ปีพ.ศ. 2505 รวมอายุได้ 69 ปี และทุกวันที่ 15 กันยายน ของทุกปีจึงถือเป็นวัน "ศิลป์ พีระศรี" ซึ่งเป็นวันสำคัญวันหนึ่งต่อวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทย...!!!
                                           พุ ศิลป์ปิ่น
**************************************************

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

ตลาดเกษตรดิจิทัลข้างทำเนียบฯคึกคัก สินค้าสหกรณ์ครองตลาดอันดับหนึ่ง

                  ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงการนำสินค้าของสหกรณ์มาจำหน่ายในงานตลาดเกษตรดิจิทัล ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดขึ้นบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 5-25 กันยายน 2559 ว่า มีประชาชนให้ความสนใจเลือกซื้อสินค้ากันอย่างเนืองแน่น ทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายภายในงานมีหลากหลายชนิด ทั้งผักสด ผลไม้ อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากผ้า งานหัตถกรรม และส่วนหนึ่งเป็นสินค้าของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สนับสนุนโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 13 ร้านค้า อาทิ กล้วยหอมทองปลอดสารพิษจากสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี แตงโมอพอลโล ลูกใหญ่ เนื้อแน่น หวานกรอบ จากวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตแตงโมและพืชผักปลอดภัย จังหวัดชลบุรี ผลไม้จากภาคตะวันออก ทั้งทุเรียน เงาะ ลองกองและสละ จากสหกรณ์การเกษตรทุ่งควายกิน จำกัด จังหวัดระยอง ซึ่งขณะนี้ครองแชมป์ร้านค้าที่มียอดจำหน่ายผลผลิตอันดับ 1 ของตลาดเกษตรดิจิทัล
             นอกจากนั้นยังมีผ้ามัดหมี่ย้อมครามของกลุ่มสตรีสหกรณ์ไม้เบญจพรรณ จังหวัดสกลนคร รวมถึงสินค้าประเภทประมงและปศุสัตว์ และอาหารแปรรูป ได้แก่ ปลานิลแปรรูปจากชุมนุมสหกรณ์ประมงแห่งประเทศไทย จำกัด จังหวัดเชียงราย เนื้อโคขุน คุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม  Max Beef จากสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด จังหวัดนครปฐม ไอศกรีมและนมพร้อมดื่มหลากหลายรสชาติจากสหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด ข้าวสาร ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมนิล จากสหกรณ์ต่างๆ จำหน่ายโดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ข้าวราดแกงหมูชะมวงและแกงกะวาน ผัดเส้นจันท์ปู จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลายคลอง จำกัด จังหวัดจันทบุรี และขนมจีนน้ำยาจากกลุ่มแม่บ้านโพธิพระยา จังหวัดสุพรรณบุรี
            อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายมุ่งเน้นให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนต่างๆ รวมกลุ่มกันผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง มีระบบบริหารจัดการที่ดี สามารถลดต้นทุน และพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด และขยายช่องทางการจำหน่ายผลผลิตให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจไปเลือกซื้อสินค้าสดๆ ใหม่ๆ จากเกษตรกรโดยตรงได้ที่ตลาดเกษตรดิจิทัลทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. จนถึงวันที่ 25 กันยายน 2559 นี้ 
*************************************************

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

ศิลปะจัดวาง ทิ้งตามความเชื่อ

        ารเดินเรื่อยเปื่อยในวันที่ท้องฟ้าบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และเป็นอีกวันที่ผมมีโอกาสได้เดินเล่นรอบเกาะเกร็ด ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นเกาะที่มีสายน้ำเจ้าพระยาล้อมรอบ การเดินนานๆ ไกลๆ หลายกิโลเมตร นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ระหว่างการเดินเรายังได้เห็นสิ่งต่างๆ สองข้างทาง ทั้งธรรมชาติจากสวนต่างๆ บ้านเรือนของชาวบ้าน
รวมถึงการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนอีกด้วย !!
ขณะที่เดินชมทัศนียภาพต่างๆ ได้เดินผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ ภาพที่อยู่เบื้องหน้าบริเวณต้นโพธิ์มีพระพุทธรูปแตกหัก ศาลเจ้าพังๆ ที่ถูกนำมาทิ้งไว้ มันอาจสะท้อนว่าการถูกทอดทิ้ง หรือการทิ้งขว้างใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์เอง วันหนึ่งเกิดเสียหายก็ไร้ค่า
ไม่มีการซ่อมแซม ทั้งๆ ที่น่าจะซ่อมแซมได้ !?
ถูกนำมาทิ้งตามความเชื่อ ไม่ต่างจากการทิ้งสิ่งของต่างๆ ที่ไม่ต้องการแล้ว แต่หากมองในทางตรงกันข้าม ภาพที่ผมเห็นอาจเป็นงานศิลปะที่ชาวบ้านที่นี่ได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ จนกลายเป็น "ศิลปะจัดวาง" หรือ "ศิลปะติดตั้ง" (Installation art) เป็นงานที่สวยงามและสื่อความหมายมากมาย ...!!!

                  พุ ศิลป์ปิ่น
***************************************

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รักษาป่าราชบุรี

            นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ รบ.3 (พุยาง) จ.ราชบุรี เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งพิทักษ์ป่าหน่วยงานนี้จะใช้วิธีทวงคืนผืนป่าด้วยการเจรจาทำความเข้าใจแบบสันติวิธีจนผู้กระทำผิดยอมออกจากพื้นที่โดยไม่มีการจับกุมดำเนินคดี
*******************************