วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่นเฟซถึงตาย




            ริเวณลานอเนกประสงค์หน้าแฟลต ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ วัยรุ่นหลายคนจับกลุ่มยืนมุงดูร่างที่ไร้วิญญาณของ "พาคิน" เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่ถูกแทงด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิต ขณะที่การสอบสวนของตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุ...
    ผู้ตายและเพื่อนประมาณ 5-6 คน
      นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนบริเวณลานอเนกประสงค์ ระหว่างนั้น "นายไกร" เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาที่กลุ่มผู้ตาย จากนั้นเกิดการทะเลาะวิวาทกันกับผู้ตาย และวินาทีนั้น "นายไกร" ได้ชักมีด...
      ออกมาแทง "พาคิน" จนล้มลง... 
      จากนั้น "นายไกร" มือมีดจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสอบสวนของตำรวจยังพบชนวนเหตุมาจากก่อนหน้านี้ "นายไกร" ได้ยืมเงิน 1,500 บาท จากผู้ตายไปจ่ายหนี้พนันฟุตบอล ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจาก...
      เรื่องที่ผู้ตายได้โพสต์ลงเฟซ... 
      แต่ "นายไกร" เข้าใจผิดว่า "พาคิน" ผู้ตายโพสต์เฟซเรื่องทวงเงินที่ยืมไป จนกระทั่งมีเรื่องทะเลาะกันเกิดขึ้น ขณะที่วิญญาณของ "พาคิน" ยืนดูร่างของตัวเองและฟังผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองตายครั้งนี้อย่างเศร้าใจสุดจะพรรณาได้ ยิ่งเห็นแม่ของตัวเองร่ำไห้...
     ก็สุดจะสงสารแม่เหลือเกิน...
     "วิญญาณพาคิน" ยังคงยืนร่ำไห้ใกล้กับร่างของตัวเอง พร้อมๆ กับตัดพ้อและบอกกับตัวเองว่า หากการตายของตัวเองมีชนวนเหตุมาจากการเล่นเฟซ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับสังคมออนไลน์ในโลกปัจจุบัน ใกล้ๆ กัน "วิญญาณพาคิน" เห็นหนุ่มสาวหลายคนกำลังกดเล่นโทรศัพท์อย่างเมามัน เป็นที่สะเทือนใจยิ่งนัก
     ก่อน"วิญญาณพาคิน" จะลอยไปในอากาศ เค้าจึงตะโกนออกมาสุดเสียงว่า "เฟซอ่ะเล่นได้ แต่อย่าให้ถึงตายเลยนะ"...
                                    พุ ศิลป์ปิ่น

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

จิ้งจกกระซิบ

กวีบ้านๆจาก "Mr.Talon" ......."จิ้งจกกระซิบ ข้างหูบอกจกจก สายลมเย็นฉ่ำอุรา คิดถึงร่มไม้ที่จากมานาน"(ตีพิมพ์ในคอลัมน์สังคม "หมายเหตุคอรัปเตอร์ นสพ.พิมพ์ไทยฉบับวันที่ 22 พ.ย. 59)

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อีกาคอตก

            ช่วงพระอาทิตย์คล้อยต่ำ แดดร่มลมตกของทุกวัน หลังเลิกงานกลับถึงบ้าน "เฒ่ายอน" มักจะตั้งวงกินเหล้าคนเดียวที่บ้าน ไม่ข้องเกี่ยวกับใครทั้งนั้น โดยมีนกกา หรืออีกา ที่แกเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนเชื่องและเรียนรู้ภาษาคนได้เร็วมาก จะคอยเดินไปมาอยู่ที่ตรง "เฒ่ายอน" เสมือนหนึ่งเป็นเพื่อนยามเหงา โดยไม่ต้องขัง "เจ้ากาดำ" ไว้ในกรงแต่อย่างใด เพราะมันเชื่องยิ่งกว่าหมา แถมพูดภาษาคนพอได้อีกด้วย
   และวันนี้ก็เช่นกัน "เฒ่ายอน" จัดแจงนำกับแกล้มใส่จานกลิ่นหอมฟุ้งไปหมด มีทั้งผัดพริกแกงนก ปลาไหลต้มเปรต หนูนาทอดกระเทียมพริกไทย พร้อมกับตั้งขวดเหล้าขาว 40 ดีกรี และจอกใส่เหล้าเล็กๆ วางลงข้างจานกับข้าว เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ "เฒ่ายอน" ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับเทสุราใส่จอก จากนั้นจึงยกซดเข้าปากจนเหล้าหมดทั้งจอก พร้อมๆกับซี๊ดปากด้วยความสะใจ หน้าตาของ "เฒ่ายอน" ถึงกับเหย๋เก
   เหมือนมีอะไรมาบาดคอเสียเหลือเกิน จากนั้นจึงหยิบช้อนตักน้ำปลาไหลฯ มาซดอย่างเอร็ดอร่อย 
 โดยมี "เจ้ากาดำ" คอยยืนให้กำลังใจเจ้านายอยู่ข้างๆ จานหนูนาทอดฯ พร้อมๆกับชำเรืองที่จานเป็นระยะๆ เหมือนอยากกินหนูนาทอดเสียเหลือเกิน นอกจากนี้ เวลา "เฒ่ายอน" ยกแก้วเหล้าเข้าปากดูเหมือน "เจ้ากาดำ" จะสนใจในอากัปกิริยาของเจ้านายเหลือเกิน
    ขณะที่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก เกือบๆ ห้าทุ่มแล้ว เสียงของ "เฒ่ายอน" เวลาพูดกับ "เจ้ากาดำ" คล้ายๆ เหมือนลิ้นพันกัน เริ่มฟังไม่ชัดขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุด "เฒ่ายอน" ก็ลุกขึ้นเซไปเซมาและเดินคอตกเข้าห้องไปนอน โดยมีเหล้าที่เทใส่จอกทิ้งไว้ยังไม่ทันได้กิน พร้อมกับตะโกนบอก "เจ้ากาดำ" ว่า"เฮ๊ยข้าไม่ไหวแล้ว นอนก่อนหล่ะ ที่เหลือเอ็งจัดการให้หมดเลย "ส่วน "เจ้ากาดำ" ก็ได้แต่มองเจ้านายของมันด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเหลือเกิน
    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก ขณะที่ "เฒ่ายอน" เลิกจากงานมาและเตรียมตั้งวงเหล้าช่วงเย็นๆ เหมือนเคย ก็ต้องแปลกใจอย่างมาก เมื่อเห็น "เจ้ากาดำ" ยืนเซและคอตก "เฒ่ายอน" จึงพูดว่า  "เจ้ากาดำ" เป็นอะไรยืนคอตก ทันใดนั้นก็มีเสียงตอบจาก "เจ้ากาดำ" ว่า "ไม่ไหว เมาหว่ะ เมาจริงๆ ไปนอนก่อนนะ ที่เหลือเอ็งจัดการให้หมดเลย"....
                                  พุ ศิลป์ปิ่น

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มนุษย์มาพร้อมสวิง ล้มเลือกตั้งนายกกบ

         นบึงใหญ่กลางป่า ช่วงฤดูฝนบรรดากบ เขียด จะมีการเลือกตั้งผลัดเปลี่ยนผู้นำกันมาหลายยุค หลายสมัย หรือที่เรียกว่า "นายกกบ" ถือเป็นการเมืองแบบกบๆ ที่สร้างสีสันคล้ายมนุษย์ โดยในวันนี้เป็นอีกวันที่บรรดากบ เขียด และลูกอ๊อด ได้พากันมาชุมนุมที่บึงใหญ่แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อเลือกผู้นำตัวใหม่ หลังจาก "นายกกบ" ตัวเก่าพลาดท่าถูกมนุษย์จับไปทอดกระเทียมพริกไทยก่อนหน้านี้ ซึ่งการลงสมัครชิงตำแหน่ง "นายกกบ" ในวันนี้มี "กบตาโปน" มือขวาของอดีตนายกกบสมัยที่แล้ว ส่วนกบอีกตัวที่ลงสมัครด้วย คือ "กบตาลอน" เป็นกบหนุ่ม วิสัยทัศน์กว้างไกล ได้รับการสนับสนุน
จากบรรดากบหนุ่มกบสาว และบรรดาลูกอ๊อดมากมาย...
แต่การเลือกผู้นำกบครั้งนี้ จู่ๆ ก็เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อทีมงาน "กบตาโปน" พยายามจะแก้ไขกฎกติกาในการเลือกตั้ง โดยตัดสิทธิ์ไม่ให้บรรดาลูกอ๊อดมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดการประท้วงกันยกใหญ่ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าบรรดาลูกอ๊อดเหล่านี้ คือฐานเสียงของ "กบตาลอน" แต่ในที่สุดเมื่อเกิดกระแสคัดค้านมากมาย จึงไม่สามารถแก้ไขกฎกติกาได้
จึงทำให้บรรดาลูกอ๊อดสามารถลงคะแนนเลือกผู้นำกบได้ดังเดิม...
ขณะที่การลงคะแนนเลือกตั้ง "นายกกบ" บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมนุษย์ได้บุกเข้ามาในบึงใหญ่แห่งนี้ พร้อมสวิงอันใหญ่ ตักช้อนเอาบรรดากบ เขียด จำนวนมากนำไปใส่ข้อง เครื่องจักสานชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ และบรรดาลูกอ๊อดต่างหนีเอาชีวิตรอดคนละทิศคนละทาง ส่วนการเลือกตั้ง "นายกกบ" คงต้องเว้นวรรคทางการเมืองในบึงใหญ่แห่งนี้อย่างไม่มีกำหนด เพราะกบน้อยใหญ่ต่างถูกมนุษย์จับไปทำเมนูเด็ดกันหมด
ซึ่งแน่นอนว่าการเลือกตั้ง "นายกกบ" คงต้องรอจนกว่าบรรดาลูกอ๊อดจะเติบโตเป็นกบอีกครั้ง....
                                                                     พุ ศิลป์ปิ่น

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เปิดเทอมเช้าวันแรก วันที่เข้าห้องน้ำเองได้

       ช้าวันแรกของโรงเรียนเปิดเทอม บ้านกลางซอยภายในหมู่บ้านจัดสรรหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณแม่ของน้องตูม วัย  6 ขวบ เป็นเด็กผู้ชายขี้อ้อนวัยกำลังเรียนรู้ ซึ่งเช้าวันนี้ก็กำลังสาละวนยุ่งกับการเตรียมอาหารมื้อเช้าให้ตัวเองและลูกชายก่อนที่รถโรงเรียนจะมารับหน้าบ้าน
ในเวลาหกโมงเช้าเกือบเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน... 
หรือถ้าสายหน่อยก็ไม่เกินเจ็ดโมงเช้า หลังจากส่งลูกขึ้นรถไปโรงเรียนแล้ว คุณแม่น้องตูมก็จะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวและไปขึ้นรถโดยสารประจำทางเพื่อไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก
และคุณแม่น้องตูมก็ทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้... 
ซึ่งเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ขณะที่คุณแม่ของน้องตูมกำลังสาละวนยุ่งกับการเตรียมอาหารมื้อเช้าอยู่ และพึมพำอยู่ในใจ "ไข่เจียวช่างหอมเสียเหลือเกิน" น้องตูมเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยชุดนักเรียนที่สดใสที่พร้อมจะเดินทางไปโรงเรียน
เรียกคุณแม่ครับอยู่หลายครั้ง "คุณแม่ครับ คุณแม่ครับๆๆ" 
เมื่อคุณแม่น้องตูมได้ยินเสียงเรียกติดต่อกันหลายครั้ง จึงถามน้องตูมว่า "มีอะไรครับ เรียกทำไม คุณแม่กำลังยุ่งอยู่ กำลังทอดไข่อยู่เห็นมั๊ยครับ" เสียงดุดันของคุณแม่ฯ ดูเหมือนจะทำให้น้องตูมหยุดชะงักเล็กน้อย พร้อมๆ กับที่น้องตูม
ตัดสินใจบอกความในใจที่สุดจะอดทนและอดกลั้นได้...
คุณแม่ครับ "น้องตูมปวดอึ" เมื่อคุณแม่ได้ยินเช่นนั้น จึงบอกกับน้องตูมว่า "ถ้าอย่างนั้นน้องตูมก็ไปตักข้าวรอเลย คุณแม่ทอดไข่เสร็จแล้วครับ" เมื่อน้องตูมได้ยินเช่นนั้นจึงตอบสั้นๆ ว่า "คุณแม่น้องตูมไม่ไหวแล้ว ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนครับ" พร้อมกับวิ่งออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว
คุณแม่น้องตูมได้แต่อมยิ้ม พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า "ในที่สุดน้องตูมก็เข้าห้องน้ำเองได้"....
                    พุ ศิลป์ปิ่น

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เสียงคำรามจากกระท่อม คืนวันนั้นใต้แสงไฟสลัว

          สงไฟสลัวจากหลอดไฟหลังกระท่อมเล็กๆ เชิงดอยกลางหุบเขาริมลำธารที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร และเป็นค่ำคืนที่บรรดาผีเสื้อราตรีน้อยใหญ่ต่างบินมาชุมนุมกันโดยไม่ได้นัดหมายที่บริเวณหลอดไฟหลังกระท่อมเล็ก หลังจากที่กระท่อมแห่งนี้เว้นว่างจากมนุษย์ที่เข้ามาอยู่อาศัยนานแล้ว ค่ำคืนนี้จึงเป็นวันดีที่มีแสงไฟส่องสว่างหลังกระท่อมอีกครั้ง ผีเสื้อผู้เฒ่าปีกสีน้ำตาลตัวใหญ่จึงเอ่ยปากถามบรรดาผีเสื้อที่มาร่วมชุมนุมกันในวันนี้ "มีใครรู้บ้างหรือไม่ว่ามนุษย์ที่เข้ามาพักที่กระท่อมหลังนี้เขามาพักคนเดียวหรือพาใครมาด้วย"
   ผีเสื้อหนุ่มน้อยตัวเล็กสีขาวจึงบอกว่า "เราเห็นมีคนมาพักแค่คนเดียวน่ะท่านผู้เฒ่า" ผีเสื้อผู้เฒ่าทำหน้างงๆ เหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง พร้อมกับพูดว่า "เราว่าภายในกระท่อมหลังนี้ไม่น่าจะมีมนุษย์พักอยู่ตามลำพัง เพราะเสียงที่ดังจากกระท่อมเหมือนเสียงคำรามของเสือ" ผีเสื้อหนุ่มจึงแสดงความเห็นว่า "ท่านผู้เฒ่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ามนุษย์จับเสือมากักขังที่กระท่อมเล็กแห่งนี้... 
 "โอ๊ว! ช่างน่ากลัวจริงๆ เลยท่านผู้เฒ่า" ผีเสื้อหนุ่มร้องอุทานเสียงหลง...
 ผีเสื้อสาวสีชมพูสวยงามที่เกาะอยู่ข้างๆ จึงพูดว่า "อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าในห้องเป็นอะไรเลย เราคิดว่าเข้าไปดูให้เห็นก่อนว่าข้างในเป็นอะไรกันแน่ พูดจบผีเสื้อสาวก็บินเข้าไปทางช่องหน้าต่างที่แง้มอยู่หลังกระท่อมอย่างรวดเร็ว เวลาผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ผีเสื้อสาวบินออกมาจากช่องหน้าต่างด้วยหน้าตาตื่น พร้อมกับเสียงสั่นเครือ "ท่านผู้เฒ่าเราเห็นแล้วเสือในร่างมนุษย์ เพราะเสียงคำรามนั้นมันดังออกมาจากมนุษย์ที่นอนอยู่ในมุ้ง"  
 ผีเสื้อผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นจึงยิ้มและถอนหายใจด้วยความโล่งใจ พร้อมกับพูดว่า "ไม่ใช่เสือในร่างมนุษย์อย่างที่เจ้าคิดหรอก เค้าเรียกว่าการนอนกรนของมนุษย์ ซึ่งจะมีเสียงที่แตกต่างกันไป" ขณะที่เหล่าบรรดาผีเสื้อกำลังคุยกันอย่างออกรสชาติอยู่นั้น ค้างคาวใหญ่ยักษ์ได้บินเข้ามาหมายจะขย้ำบรรดาผีเสื้อ ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังขึ้นจากในกระท่อม เมื่อค้างคาวได้ยินจึงตกใจรีบบินหนีเข้าป่าอย่างรวดเร็ว ผีเสื้อผู้เฒ่าจึงถอนหายใจโล่งอกอีกครั้ง พร้อมกับพูดว่า "เป็นเพราะเสียงคำรามของมนุษย์โดยแท้ที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้"....
                                        พุ  ศิลป์ปิ่น
*******************************************************