วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สสพ.2 พาเด็กเรียนรู้วิถีชีวิตนอกห้อง เดินตามรอยพ่อสอนรู้จัก "พอเพียง"

            สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (สสพ.2) จัดทำโครงการเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการสหกรณ์ให้แก่นักเรียนในโครงการส่งเสริมสหกรณ์ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์งานสหกรณ์ให้กับนักเรียนและครูในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 17 โรงเรียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและชุมชนให้ดีขึ้น โดยการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อเกิดเป็นแรงผลักดันที่จะพัฒนาในทุกๆ ด้านต่อไป เพื่อให้นักเรียนที่เป็นคณะกรรมการกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้และถือปฏิบัติในการพัฒนากิจกรรมสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                นายธนิต จันทร์ประทีป ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (สสพ.2) กล่าวว่า ทาง สสพ.2 ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปีนี้ถือว่าพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสวรรคต ซึ่งปัจจุบันเด็กในสังคมเมืองคิดว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง สสพ.2 ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานของเด็กนักเรียน ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง และน้อมนำเอาพระราชกรณีกิจของพระองค์ท่านมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ หรือสามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีก
              "เด็กรุ่นใหม่ๆ จะเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเดินตามรอยพ่อสอน เพราะทุกคนเกิดในรัฐกาลที่ 9 ทำไมเราเป็นลูกพ่อจึงไม่นำเอาหลักแนวคิดมาใช้กับตัวเรา และทำอย่างที่พ่อสอน ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ปัจจุบันจะเห็นว่าเราหนีคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมากจนเกินไป ทำให้กลายเป็นสังคมเศรษฐกิจแบบไขว่คว้า ทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง บางครั้งเราอาจทำอะไรเกินตัว ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย สามารถใช้เศรษฐกิจพอเพียงได้ เพียงแต่ให้ตัวเองรู้ว่าเป็นอย่างไรและอยู่ในฐานะที่เราทำได้ ขยายงานได้ เติบโตได้ แต่ต้องรู้ความพอเพียง จะได้ไม่เกินตัว ที่สำคัญเราต้องรู้ว่าเรามีความรู้ด้านไหน ถนัดอะไร หากเราลงมือทำโดยไม่มีความรู้ ไม่ศึกษา งานที่ออกมานั้นอาจจะเสียงานเสียเวลาได้" ผอ.สสพ.2 กล่าว
                  ส่วนการทัศนศึกษาดูงานของเด็กนักเรียนในครั้งนี้ อยากให้เด็กนักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้การใช้ชีวิตนอกห้องเรียนว่ามีความแตกต่างอย่างไร ใช้ชีวิตพอเพียงและนำเอาหลักทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ เพราะเห็นว่าที่ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่แห่งนี้มีเนื้อที่กว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องของการทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเกษตรด้านประมง ปศุสัตว์ การปลูกข้าว การเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืชระยะสั้น การเผาถ่านอัดแท่ง เป็นต้น โดยมีโรงเรียนเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 17 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 204 คน ครู 17 คน รวมทั้งข้าราชการ และลูกจ้างของ สสพ.2 จำนวน 29 คน รวมทั้งสิ้น 250 คน
                ด้าน ด.ญ.ศุจิพรรณ ไกรญาณสม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.ศิริวังวิทยาคาร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นประธานนักเรียนและเป็นตัวแทนนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ บอกความรู้สึกในใจว่า "หนูมีหน้าที่คอยดูแลกรรมการสหกรณ์นักเรียนและคอยดูแลลูกค้าที่เข้ามาซื้อของในร้านสหกรณ์ การมีสหกรณ์ในโรงเรียนทำให้เราได้คิดเลขเและรู้จักการออมทรัพย์ รู้จักการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งการมาทัศนศึกษาในครั้งนี้ได้ประโยชน์หลายอย่างและได้ความรู้เรื่องการทำการเกษตร และการแก้ไขปัญหาครอบครัว หนูจะกลับไปบอกน้องๆ ที่โรงเรียนในเรื่องของการทำเกษตรด้านต่างๆ ให้อยู่อย่างพอกินพอใช้ ส่วนครอบครัวของหนูจะให้พ่อกับแม่ปลูกผักสวนครัว เพื่อเก็บผักมารับประทานและเอาผักไปขายได้
                ส่วน ด.ญ.ศิริวรรณ นุตมะหะหมัด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.สุเหร่าลำแขก กรุงเทพฯ บอกว่า "เริ่มรู้จักการออมตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล 2 โดยพ่อแม่สอนให้รู้จักการออมไว้สำหรับเวลาจำเป็น ปกติหนูได้เงินไปโรงเรียนวันละ 40 บาท เงินออมของหนูเป็นเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวัน ซึ่งการออมในแต่ละวันจะไม่เท่ากัน บางวันก็เหลือมาก บางวันก็เหลือน้อย หนูจะหยอดกระปุกวันละ 10 บาทบ้าง 20 บาทบ้าง และกระปุกหนูจะเปิดออกไม่ได้ ต้องรอให้เงินเต็มกระปุกถึงทุบกระปุกออกแล้วนำไปฝากธนาคาร หนูจะออมแบบนี้ทุกวัน เพื่อให้ติดเป็นนิสัยและรักการออม รวมแล้วหนูมีเงินออมประมาณ 20,000 บาท วันนี้หนูดีใจมากที่ได้มาทัศนศึกษารู้สึกสนุกสนานและได้ความรู้มากค่ะ ได้เพื่อนต่างโรงเรียน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตแนวทฤษฎีใหม่ และจะนำกลับไปบอกเพื่อนๆ น้องๆ และพ่อกับแม่ที่อยู่ที่บ้านว่าจะนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในด้านเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การใช้เงินอย่างประหยัด การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์ ทุกวันนี้บ้านหนูมีเนื้อที่อยู่หน้าบ้านไม่มากนัก แต่ก็สามารถปลูกผักไว้รับประทานได้ค่ะ วันนี้หนูประทับใจเรื่องความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างจากคนในเมืองมากค่ะ"
               ขณะเดียวกัน ด.ญ.นิภาพร หนูเผือก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.สุเหร่าลำแขก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ความหมายของคำว่า เศรษฐกิจแบบพอเพียง คือไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สิ่งของที่เราอยากได้ต้องเก็บเงินเอง ไม่ต้องไปรบกวนพ่อกับแม่ มันเป็นของๆ เรา เราต้องเก็บเอง อย่าขอเงินคนอื่น เราต้องใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ให้เหมาะสมกับวัยของเรา ทำตามแรงของเรา เพราะในสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันสูง หนูจะนำหลักของพ่อมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ทันเขา อย่างเช่นการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เราจะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ จากที่เราใช้เครื่องไฟฟ้า เราอาจใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมเข้ามาช่วย เพื่อประหยัดไฟฟ้า
                "วันนี้หนูได้ความรู้เรื่องราวของพ่อในด้านต่างๆ ว่าท่านทรงงานหนักมากแค่ไหน รู้ถึงเกษตรทฤษฎีใหม่ รู้จักความพอเพียง ในฐานะที่หนูเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ สิ่งหนึ่งที่หนูอยากฝากถึงน้องๆ คือให้ทุกคนเดินรอยเท้าพ่อไปเรื่อยๆ เราต้องใช้ชีวิตแบบของเรา และเอาชีวิตของเขามาประยุกต์ใช้กับเราไม่ให้ซ้ำกับของคนอื่น หนูดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินไทย เรามีทุกอย่างสมบูรณ์แบบ หนูคิดถึงพ่อหลวง หนูเห็นประวัติตอนทรงงานที่โทรทัศน์ได้นำกลับมาฉายให้เราได้ดูใหม่ หนูถึงรู้ว่าพ่อหลวงทรงงานหนักมากน้อยแค่ไหนค่ะ และตอนนี้หนูมีที่ดินของย่าอยู่ที่ต่างจังหวัด จะเอาเนื้อที่ไปปลูกผักและจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดที่นั่นค่ะ หนูชอบเศรษฐกิจแบบพอเพียง ชอบเดินตามรอยเท้าพ่อ" ด.ญ.นิภาพร กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น