วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

หยุดทำร้ายฉัน

การ์ตูนใน นสพ.พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 11 เม.ย. 60

ไก่สามอย่าง

           นั่งคิด นอนคิด เดินนึกอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี พอดีมาเดินตลาดสดย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ ได้ยินเสียงคนที่มาจ่ายตลาดคุยกันถึงเรื่องกุ้งแห้งพอจับใจความได้ว่ากุ้งแห้งตอนนี้ราคาแพงมากไม่เหมือนสมัยก่อนช่วงประมาณ 5-10 ปี ที่ผ่านมาเวลาจะซื้อกุ้งแห้งมาประกอบอาหารไม่ต้องคิดมากเพราะราคาถูก
 แต่ปัจจุบันนี้ราคาแพงจริงๆ !
ผมได้ยินก็คิดตามนะก็คงจริงอย่างที่คนมาจับจ่ายตลาดเขาคุยกัน เพราะเดี๋ยวนี้เวลาไปนั่งกินข้าวต้มริมทาง เวลาสั่งกลับมากินกับข้าวต้มก็ต้องคิดแล้วคิดอีก โดยเฉพาะยำกุ้งแห้งถูกอัพราคาขึ้น แถมปริมาณกุ้งแห้งในจานก็ไม่หนาตาเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากถูกขิงและเครื่องปรุงต่างแย่งชิงพื้นที่ด้านหน้าจานกัน ส่วนเจ้ากุ้งแห้งซึ่งมีไม่กี่ตัวก็กลายเป็นนางอายซ่อนตัวใต้เครื่องปรุงซะอย่างนั้นฮ่า ฮ่า ฮ่า อาจเป็นเพราะกุ้งแห้งราคาแพงขึ้น การกินยำกุ้งแห้งในยุคนี้
ก็เลยไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนในอดีต !!
พอได้ยินเรื่องราวของกุ้งแห้ง ผมก็เลยคิดถึงสมัยที่เรียนอยู่ชั้นป.ว.ช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ที่โรงเรียนศิลปะย่านฝั่งธนบุรี จำได้ว่าผมกับเพื่อนประมาณ 3-4 คน นั่งรถโดยสารบขส.ไปเที่ยวที่จ.ชลบุรีกันแถมเงินในกระเป๋าก็มีติดตัวกันนิดๆหน่อยๆ ช่วงที่หิ้วท้องไปกินมื้อเย็นที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะอำลาเมืองชลกัน ผมจำได้แม่นมิรู้ลืมวันนั้นเราเปิดเมนูสั่งอาหาร ไปเจออยู่เมนูหนึ่ง "ไก่สามอย่าง" แค่เห็นชื่อก็กลืนน้ำลายกันแล้ว แถมราคาถูกกว่าเมนูอื่นๆอีกต่างหาก พวกเราไม่รอช้าสั่งทันที 1 จานพร้อมข้าว 1 โถ แค่นี้ก็คงจะพอให้พวกเราคลายหิวกัน
ก่อนกลับกรุงเทพฯ ครับ !
ขณะที่พวกเรานั่งคุยกันเพลินๆก็ได้ยินเสียงคนเสริฟอาหาร "มาแล้วครับไก่สามอย่าง" พร้อมกับวางโถข้าวพร้อมจานอาหารลงบนโต๊ะอาหาร พอเห็นหน้าตา "ไก่สามอย่าง" แทบหงายท้องตกเก้าอี้ เพราะมันไม่มีไก่เลยสักชิ้น มีแต่กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มะนาว ขิง หอมแดง และพริกขี้หนูซอยชิ้นเล็กๆ จัดเรียงอยู่ในจานเล็กๆ  แล้วจะกินกันยังไง มื้อนี้พวกเราก็เลยกินกันไปขำกันไป เพราะมีงบประมาณอยู่แค่นี้จะสั่งอย่างอื่นเพิ่ม
ก็เดียวไม่มีค่ารถกลับกรุงเทพฯ !!
แต่ที่แน่ๆพี่คนเสริฟอาหารเขาคงคิดว่าพวกเราบ้าแน่ๆ สั่ง "ไก่สามอย่าง" มากินกับข้าว ปกติเข้าสั่งมาแกล้มเหล้ากัน โชคดีที่สมัยนั้นกุ้งแห้งไม่แพงเลยได้เยอะหน่อย....!!!
                               นวย เมืองธน
**********************************************

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

สะพานควาย

                 

ย้อนกลับไปช่วงหลายสิบปี ก่อนหากใครมีโอกาสขึ้นรถสองแถวใหญ่ (รถโดยสารสาธารณะ) ในกรุงเทพฯ คงจะพอจำบรรยากาศและสีสันต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนรถสองแถวได้ไม่มากก็น้อยครับ ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้โดยสารรถสองแถวสาธารณะอยู่เป็นประจำ (สมัยนี้ก็ยังขึ้นอยู่นะ) ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯหรือชานเมืองหลวง รวมถึงเขตปริมณฑลจังหวัดใกล้เคียง บางครั้งก็มีความตื่นเต้นและมีเรื่องราวให้ผมได้จดจําอยู่ตลอดเหมือนกัน อย่างเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งแถวหมอชิตเก่า
หรือย่านสวนสาธารณะจตุจักร !!
เวลาผมเดินทางผ่านป้ายรถประจำทาง หรือรถเมล์ย่านนี้ทีไร พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น ก็ยังนึกขำอยู่ในใจทุกทีครับ เพราะที่ป้ายรถเมล์วันนั้น นอกจากมีผมและคนอื่นๆ ที่กำลังรอรถอยู่แล้ว ก็ยังมีคุณลุงคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดี แต่หน้าคุณลุงมีสีแดงเรื่อๆ แถมมีกลิ่นเหล้าโชยมาจากตัวคุณลุงเป็นระยะๆ ตามกระแสลมที่พัดมา
หรือคนที่ไม่กินเหล้าเรียกว่า "กลิ่นละมุด" !?
แต่ผมได้กลิ่นเหล้าที่ติดตัวนักดื่มนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังไม่เห็นว่ากลิ่นเหล้านั้นจะเป็น "กลิ่นละมุด" ตรงไหน ในขณะที่ผู้คนกำลังรอรถโดยสารอยู่นั้น ก็มีรถสองแถวใหญ่มาจอดรับผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ตรงที่ผมยืนรอรถอยู่ กระเป๋ารถหรือคนเก็บเงินรถสองแถวคันดังกล่าว
เป็นผู้ชายวัยรุ่นท่าทางกวนโอ๊ย !!
ก็มายืนอยู่บนถนนท้ายรถสองแถว พร้อมกลับตะโกนเรียกผู้โดยสาร "ควาย...รี ควาย...รี ควาย...รี" รัวๆ อยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจจะเป็นคำว่า "ควาย" นี่ละ ที่ทำให้ "คุณลุงกลิ่นละมุด" ที่ยืนรอรถอยู่ใกล้ๆ กับสองแถวใหญ่ที่จอดอยู่แสดงออกทางสีหน้า
ไม่ค่อยพอใจนัก กับคำว่า "ควาย" ??
ที่กระเป๋ารถสองแถวมาดกวนๆ ตะโกนสักเท่าไหร่ อ่อผมยืนอยู่ใกล้ๆ กับคุณลุงและสังเกตอากัปกิริยาอยู่ครับ ทันใดนั้น "คุณลุงกลิ่นละมุด" แกก็พูดด้วยน้ำเสียงลิ้นพันกันแบบคนเมานิดๆ กับกระเป๋ารถสองแถวว่า...
"เอ็งว่าใครควายวะไอ้หนุ่ม" !!
กระเป๋ารถสองแถวหนุ่มมาดกวน เมื่อได้ยินน้ำเสียงของคุณลุงท่าทางไม่เป็นมิตร จึงทำหน้างงๆ ก่อนยิ้ม แล้วพูดตอบกลับคุณลุงว่า "ผมไม่ได้ว่าใครครับลุง ผมหมายถึง "สะพานควาย" ครับ คือใครจะไป "สะพานควาย-อนุสาวรีย์ชัยฯ" ให้ขึ้นรถคันนี้ครับลุง ส่วนคุณลุงเมื่อได้ยินคำตอบจากกระเป๋ารถสองแถว แกก็ยิ้มให้พร้อมกับพูดว่า "แล้วไป นึกว่าด่าลุงว่าควาย เพราะลุงชื่อรี เห็นแกตะโกนรัวๆ ว่า ควาย...รี ก็คิดว่าด่าลุงน่ะสิ" พอคุณลุงพูดจบ ทำเอาคนที่ยืนรอรถและคนบนรถสองแถวต่อมฮาแตกกันเป็นทิวแถว ฮ่าๆๆ
นี่ก็เป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ผมยังจำได้เป็นอย่างดี และถือเป็นความโชคดีที่ไม่มีใครต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะคำว่า "ควาย" เป็นต้นเหตุ...
นวย  เมืองธน
*************************************************

วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

จิ้งจกกินข้าว

        นวงข้าวมื้อกลางวันช่วงปลายๆเดือนมีนาคม 2560 อากาศเริ่มจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแม่กับผมที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ที่สำคัญอาหารมื้อนี้ถือเป็นมื้อหนึ่งที่ทำให้ผมท้องร้องตั้งแต่ยังไม่ลงมือตักข้าวใส่จานด้วยซ้ำไป ก็แหมกับข้าววันนี้มีน้ำพริกกะปิของโปรดของผม แถมยังมีปลาทูทอด ไข่ทอดชะอมและผักต่างๆ รวมถึงดอกอัญชันที่เก็บจากรั้วบ้านสดๆ
จนไม่อยากจะบรรยายต่อเลยจริงๆครับ !!
เพราะขณะที่เขียนอยู่นี้ผมเองก็รู้สึกอยากกินน้ำพริกกะปิอีกรอบทั้งๆที่ลิ้มรสไปเมื่อหลายวันก่อน พอนึกภาพตามก็เลยทำให้อยากกินขึ้นมาชนิดไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยซะอย่างนั้น ช่วงที่ผมกับแม่กำลังกินข้าวกันอย่างอร่อยผมสังเกตเห็นจิ้งจกหลายตัวมาเกาะกำแพงใกล้ๆกับโต๊ะที่กินข้าว
        โดยไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย !!
แม่ผมจึงพูดขึ้นว่าสงสัยพวกมันจะมารอกินข้าวเดี๋ยวเอาข้าวให้พวกมันหน่อยพร้อมๆกับหยิบข้าวสุกไปวางไว้ที่ขอบโต๊ะสักพักก็มีจิ้งจกหลายตัวค่อยๆคืบคลานมากินข้าวกันอย่างอร่อย ภาพที่ผมเห็นอยู่เบื้องหน้าวันนั้นทำให้ผมอดขำไม่ได้เพราะเคยเห็นแต่จิ้งจกกินแมลง แต่เหตุใดจิ้งจกที่นี่ดันกินข้าวเหมือนคน
ดีนะที่พวกมันไม่กินข้าวกับน้ำพริกด้วย...ฮ่าฮ่าฮ่า
ด้วยความสงสัยผมจึงถามแม่ว่าทำไมจิ้งจกที่นี่ถึงกินข้าว ก็เลยได้คำตอบว่าจริงๆแล้วแม่ผมจะเอาข้าวสุกวางให้จิ้งจกเหล่านี้กินเป็นประจำ แม่บอกว่าการที่จิ้งจกเหล่านี้กินข้าวคงเป็นเพราะพวกมันคงหาแมลงกินไม่ค่อยได้ ก็เลยหันมากินข้าวกันเป็นอาหารเสริม
เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดกันในวันที่หาแมลงกินไม่ได้ !!
แต่ผมแอบคิดอยู่ในใจว่า ขนาดจิ้งจกมันยังกินข้าว แล้วทำไมถึงมีการเปรียบเปรยเรื่องกินหญ้ากับกินข้าวกันเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ชอบหลอกชาวบ้านดูถูกและมองคนอื่นว่ากินหญ้าเหมือนวัว ควาย ส่วนตัวเองปัญญาดีเพราะกินข้าว จนต้องมีคำขำๆออกมาพูดให้หัวร่อขบขันกันอยู่เสมอ เช่นคำพูดที่ว่า
"ตอนนี้ผมกินข้าวเลิกกินหญ้านานแล้วครับ" ...!!!
                                         นวย  เมืองธน

ต้องล้อมคอก

การ์ตูนในนสพ.พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 28 มี.ค.2560

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

กรมบังคับคดีจับมือศาลแพ่งธนบุรีเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ

       "มาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) ตรงกับวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (แบบนายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่ม ขณะที่กำลังนั่งเขียนคอลัมน์เป็นช่วงสิบโมงกว่าๆฝนตกกระหน่ำบรรยากาศพาไปทำให้คลายร้อนลงไปบ้างเลยขอเริ่มต้นด้วยกวีบ้านๆ..."สายฝนโปรยปราย กลิ่นดินหอมคลุ้ง ไส้เดือนระรี้ระริก ปลาหมอจ่อเปลี่ยนน้ำ" @@@ เมื่อวาน (16 มี.ค.) ช่วงเช้าๆมีโอกาสแวะเวียนไปตลาดนัดเช้าย่านเมืองทอง 1 แจ้งงัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ บอกตามตรงได้ยินพ่อค้า แม่ค้า  "เมาท์กระจาย" แล้วผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจชนิดไม่กล้าขำ เพราะมันเป็นอีกวันที่คนค้าขาย ขายของกันไม่ค่อยได้เพราะหลายคนพูดตรงกันว่า "วันไหนหวยออกเป็นอย่างนี้ทุกทีตลาดเงียบกริบมีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อของ" เรื่องนี้ "นายตะลอน" ไม่ขอออกความเห็นแค่นำเรื่องที่ชาวบ้านสะท้อนมาเล่าสู่กันฟังน่ะขอรับ@@@@ลงนามกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวานนี้(16 มี.ค.) ซึ่งศาลแพ่งธนบุรีร่วมกับกรมบังคับคดีลงนามบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี "โอภาส  อนันตสมบูรณ์"  อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี และ "รื่นวดี  สุวรรณมงคล"  อธิบดีกรมบังคับคดี ร่วมลงนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  ในการปฏิบัติงานของทั้ง 2 ฝ่าย ให้รวดเร็ว สมบูรณ์ และถูกต้อง อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  ซึ่งมี "อดิศักดิ์  ปัตรวลี"  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 และ"กรรณิการ์  แสงทอง" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ   ณ ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลแพ่งธนบุรี  ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขต
จอมทอง กรุงเทพฯ@@@@"อธิบดีกรมบังคับคดี" แย้มว่าการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลหมายบังคับคดีโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ในระบบเมลกลางภาครัฐ (MailGoThai) โดยกรมบังคับคดีสามารถนำข้อมูลหมายบังคับคดีไปดำเนินการได้เลย  ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนในการดำเนินการบังคับคดี และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น@@@@ขณะที่ "อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี" แย้มว่าแม้ปัจจุบันศาลยุติธรรมจะแยกตัวเป็นองค์กรอิสระ แต่การปฏิบัติงานยังคงต้องอาศัยข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะหมายและคำสั่งต่างๆ ของศาลในชั้นบังคับคดี การเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน อันเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ@@@@ ก่อนอำลากันในวันนี้ทิ้งท้ายที่กิจกรรมดีๆกับโครงการแสดงดนตรี
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดโดย ฝ่ายกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจาก 5 สถาบัน C.U. Clarinet Ensemble จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  Kasetsart Wind Symphony ภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  Rangsit University Jazz Orchestra วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ศิลปาเซียน คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร Pomelo Town วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงเทิดพระเกียรติ ในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. 2560 เวลา 17.00 - 22.00 น. (เข้าชมฟรี) ณ  ลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)...!!!                           
                                                                       "นายตะลอน"

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

โครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Krabi Art Olympics 2018


"เมาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (สไตล์นายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่มเอาฮาขำๆหรือบางครั้งอาจขำไม่ออก@@@ช่วงเดือนมี.ค.นี้ "นายตะลอน" เชื่อว่า "พระหายากที่สุด" แห่งวัดจานบินคงเป็นกระแสในหน้าสื่ออย่างต่อเนื่องว่ากันว่ามีการใช้งบเพื่อค้นหาพระหายากที่ว่ากันไปแล้วกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งระหว่างการค้นหาราคาคงเพิ่มหลักล้านทุกวัน สุดท้ายจะหาพบหรือไม่
นั้นเชื่อว่าเซียนพระทั่วโลกเองก็คงใจจดใจจ่อวัดใจลุ้นระทึกน่ะขอรับ..."ชิงตังเม มากินกัน โป้ง โป้ง"@@@@ ส่วนการนิรโทษกรรมชาวบ้านคืนป่าให้รัฐถือว่าน่าสนใจที่เดียวเพราะมี "เมาท์กระจาย" ว่า "ชลธิศ สุรัสวดี" อธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งถึงผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1-13 และผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทั่วประเทศ เรื่อง ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี พร้อมทั้งให้รวบรวมข้อมูลจากการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี และให้รายงานข้อมูลการคืนพื้นที่ทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพราะต้องการให้คนจนหรือผู้ยากไร้ที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนวันที่ 17 มิ.ย.2557 หรือก่อนคำสั่ง
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2557 นำพื้นที่ที่บุกรุกมาคืนให้กับรัฐโดยจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งมีผลตั้งแต่ก.พ.ที่ผ่านมา "นายตะลอน" เห็นว่าเป็นข่าวที่ดีแถมยังสร้างกุศลให้ประชาชนอีกด้วย สาธุด้วยคนน่ะคร๊าบ@@@@กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) เปิดห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าให้สื่อชมเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นผลการตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA) ซึ่งหน่วยงานนี้มีภารกิจหลักในการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่เป็นซากสัตว์ป่าของกลางในแต่ละคดี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหา
การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่มี
ประสิทธิภาพและเป็นธนาคารรวบรวมธนาคาร DNA ของสัตว์ป่าในประเทศไทย และจัดทำฐานข้อมูลด้านพันธุกรรมสัตว์ป่า เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและจำแนกชนิดสัตว์ป่าแต่ละชนิดและแต่ละสายพันธุ์อีกด้วยน่ะ@@@@ส่วนการกวาดจับกะเทยกลุ่มเสี่ยงตามสถานบันเทิงเมืองพัทยาเมื่อเร็วๆนี้จนเมาท์กระจายแซดนั้น "พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร" ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แย้มว่าป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเมืองพัทยากำลังดำเนินโครงการแฮปปี้โซน จึงกวดขันจับกุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมแล้วนำมาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้พัทยาเป็นเมืองที่น่าเที่ยว ถือเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล...อ้าวรับทราบและเข้าใจตรงกันน่ะขอรับ@@@@ ก่อนอำลากัน ทิ้งท้ายกวีบ้านๆ... "สายลมพาเม็ดฝน แม่ค้าแตกตื่นผวา หมาแมววิ่งพล่าน
วิถีคนค้าขายแพ้ทางกัน"...!!!
                      "นายตะลอน"


วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เสื้อสุดอลังการนมผู้หญิงรอบด้าน

         กษ์ดีเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ได้ผุดคอลัมน์ "เมาท์กระจาย" ขึ้นในโลกออนไลน์ที่ https://talon-news.blogspot.com และถือเป็นคอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (สไตล์นายตะลอน) ที่เน้น "เมาท์ข่าวตกขอบ" ที่ชาวบ้านชอบบ่นและซุบซิบกันถือเป็นการสะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่บางคนอาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่มเอาฮาขำๆหรือบางครั้งอาจขำไม่ออก@@@@"พระหายากที่สุด" ขณะนี้และมีการ "เมาท์กระจาย" กันอย่างมากในโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสในสื่อหลักและโซเชียลมีเดียคงไม่
ต้องเอ่ยชื่อเดี๋ยวจะกลายเป็นการสร้างกระแสตอกย้ำกันอีกแต่ที่เป็น "ข่าวตกขอบ" คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง "เมาท์กระจาย" กันสนุกปากว่าคงขึ้นจานบินไปดาวอังคารแล้วและคงเป็น "พระหายากที่สุด" จริงๆแน่นอน@@@@สะเทือนวงการสีกากีพอสมควรหลังรองสว.สส.สน.บวรมงคลนายหนึ่งถูกจับกุมและถูกให้ออกจากราชการฐานครอบครองยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก นอกจากนี้ศาลยังออกหมายจับตำรวจอีกหลายรายที่มีพฤติกรรมนำยาเสพติดมากระจายให้กับนักค้ารายย่อยไปจำหน่าย แถม "พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร" ผบช.น. ยังลงดาบเด้งหัวหน้าสถานีตำรวจ ผกก. และสว.สส. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์
ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวอีกฮือฮาจริงๆ@@@@ขณะที่ "พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ" แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผอ.ศอ.ปส.ชน.เป็นประธานประชุมเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเขตพื้นที่ชายแดนภาคเหนือพบข้อมูลยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในพื้นที่ชายแดน จับกุมลอตใหญ่มากขึ้นเป็นสิ่งที่น่าจะผิดปกติแสดงให้เห็นว่ารายได้ยังเป็นสิ่งที่จูงใจให้นักขนหน้าใหม่รวมถึงกลุ่มชนเผ่าเข้ามาร่วมขบวนการเป็นจำนวนมาก และผลจากการกดดันอย่างหนัก ทำให้แนวชายแดนภาคเหนือฝั่งตรงข้ามรอทะลักกว่า 500 ล้านเม็ด@@@@ส่วนการยึดคืนป่าชายเลน "โสภณ ทองดี" รองอธิบดีทช.นำกำลังเจ้าหน้าที่ทรัพยากรทางทะเล 6หน่วย สนธิกำลังร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ฝ่ายปกครอง และตำรวจปทส. เข้าทำการตรวจสอบและยึดคืนพื้นที่ป่าชายเลนใน 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และ กะเปอร์ จ.ระนอง รวมเนื้อที่ในวันแรกจำนวน 108 ไร่  หลังพบมีผู้บุกรุกนำไปสร้างบ่อเลี้ยงกุ้ง และปลูกปาล์มน้ำมันและเตรียม
พลิกฟื้นผืนป่าชายเลนให้กลับมามีสภาพอุดมสมบูรณ์เหมือเดิม ตามคำสั่งของคสช.ต่อไป@@@@เช้าตรู่วันก่อนไปเดินตลาดนัดยามเช้าย่านแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ถือเป็นการท่องเที่ยววิถีไทยเหมือนที่ภาครัฐหน่วยงานหนึ่งทำ "สปอตโฆษณา" เชิญชวนให้ประชาชนเที่ยวตลาดใกล้บ้านอะไรประมาณนี้ "นายตะลอน" ถึงขั้นหูผึ่งเพราะได้ยินแม่ค้า พ่อค้า  "เมาท์กระจาย" บ่นกันพึมพำว่า..."เงียบนะวันนี้ มีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อ" คำว่า "เงียบ" ในความหมายของพ่อค้า แม่ค้าที่รู้กันนั้นหมายถึง "ขายของไม่ได้หรือขายได้ไม่เข้าเป้า"@@@@ขณะเดินดูอะไรเพลินๆจู่ๆก็มีรถจักรยานแขวน "ข้าวเกรียบว่าว" เต็มคันรถเข้ามาขายเป็นที่แปลกตาและชวนมองอย่างมากสุดยอดอะเมซิ่งเมืองไทยจริงๆ สำหรับ "ข้าวเกรียบว่าว" เป็นขนมโบราณของไทยแผ่นข้าวสีขาวย่างให้เหลืองพองกรอบ ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักนับว่าโชคดีของ "นายตะลอน" ที่ได้เห็นขนมไทยโบราณมาเร่ขายตามตลาดนัดในกรุงเทพฯ@@@@แต่ที่แน่ๆของแปลกที่นำมาฝากกัน "นายตะลอน" เข้าไปส่องในโลกโซเชียลฯ (instagram) ที่ใช้นามว่า "temestinzione" เจอภาพการดีไซด์ออกแบบเสื้อที่สุดอลังการเป็นรูปนมผู้หญิงรอบด้านลักษณะสามมิติ ไม่แน่นะถ้าส่งมาขายบ้านเรา (ประเทศไทย) อาจจะขายดีเทน้ำเทท่าก็เป็นไปได้@@@@ก่อนอำลากัน ทิ้งท้ายกวีบ้านๆ... "ปลาโผล่เหนือน้ำ ค่ำคืนที่มืดสนิท ไร้แสงดาวจันทรา คนหาปลารอเวลาเหมือนเคย"....!!!
                                                      "นายตะลอน"

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

หมอผีปะทะนินจา

                  คืนพระจันทร์เต็มดวงริมทะเลหาดบางแสน และเป็นเวลานัดหมายที่ยอดฝีมือนักฆ่าอย่าง "นินจาโคงะ" ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อมาประลองยุทธกับจอมขมังเวทย์ "เณรพัดลม" หมอผีที่มีวิชาคาถาอาคมเป็นที่เลื่องลือในย่านนี้...
          ขณะเสียงหมาเห่าหอนดังมาแต่ไกลจากเทือกเขาอีกด้านหนึ่งของหาดทราย พร้อมๆกับการปรากฎกายของชายร่างสูงใหญ่วัยเกือบ 50 ปี แต่งกายชุดสีดำด้วยเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้น และกางเกงขาก๊วย สวมรองเท้าแตะ สะพายย่ามพระสีเหลือง บริเวณใบหน้าและแขนมีรอยสักอยู่ทั่วตัว น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก และชายผู้นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือ "เณรพัดลม" ที่มาประลองยุทธนั่นเอง...
        จู่ๆสายลมก็พัดเอาละอองน้ำทะเลขึ้นมาสาดกระจายทั่วหาดทราย "เณรพัดลม" หยิบร่มขึ้นมาจากย่ามพร้อมกางร่มรับน้ำจากทะเลได้ทันท่วงที พร้อมๆกับการปรากฎร่าง "ไอ้โมงชุดดำ" ปิดคลุมใบหน้าทะยานลิ่วอยู่บนท้องฟ้าตกลงมากระแทกผืนทรายเสียงดังโครม ทั้งปูลม และนักท่องเที่ยวที่พรอดรักกันอยู่ริมหาดต่างวิ่งหนีตายกันอลม่านด้วยความตกใจ และทันใดนั้นเองไอ้โม่งชัดดำก็ค่อยๆโผล่ขึ้นจากทรายซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คือ  "นินจาโคงะ" ที่มาประลองยุทธนั่นเอง
      ทันทีที่ทั้งคู่ประจันหน้ากันต่างฝ่ายต่างไม่รอช้า "นินจาโคงะ" ซัดอาวุธรูปดาวกระจายใส่ "เณรพัดลม" ทันที ส่วนเณรฯ ก็เรียก "ผีกระหัง" สามารถเอากระด้งรับดาวกระจายได้อย่างไม่ยากเย็น  "นินจาโคงะ" ถึงกับตกตะลึงตาค้างพร้อมกับตะโกนว่า "ท่านทำผิดกติกาการต่อสู้เอาคนมาช่วยด้วย" เมื่อ "เณรพัดลม" ได้ยินเช่นนั้นจึงตอบว่า "เราไม่ได้ทำผิดกติกาเพราะผีกระหังไม่ใช่คนเราเป็นหมอผี พวกผีจึงเปรียบเสมือนอาวุธของเรา"
       หลังพูดจบ "เณรพัดลม" ไม่รอช้าจึงเอามือล้วงเข้าไปในย่ามหยิบดินเหนียวรูปปั้นควายพันสายสิญจน์พร้อมกับบ่นพึมพำบริกรรมคาถา เมื่อนินจาฯเห็นจึงส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับตะโกนว่า..."ท่านเอาของเด็กเล่นอะไรมาสู้อีกละ" ทันใดนั้น "ควายดินเหนียว" ก็กลายร่างเป็น "ควายธนู" ตัวใหญ่มหึมาวิ่งไล่ขวิดนินจาฯทันที ส่วน "นินจาโคงะ" ก็ชักดาบซามูไรฟัน "ควายธนู" ไม่ยั้งเช่นกันทั้งคู่สู้กันอยู่พักใหญ่จนนินจาฯอ่อนแรงและต้องหนีขึ้นไปอยู่บนยอดต้นสนริมหาดทราย แต่ "ควายธนู" ก็ยังเหาะขึ้นไปไล่ขวิดนินจาฯได้อีก
      ที่สำคัญแม้นินจาจะใช้ดาบซามูไรฟาดฟัน "ควายธนู" นับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้เลย จน "นินจาโคงะ" หมดเรี่ยวแรงและขอยอมแพ้ในที่สุด และก่อนที่นินจาฯจะกลับแดนอาทิตย์อุทัย เขาจึงบอกกับ  "เณรพัดลม" ว่า "เราเชื่อแล้วว่า..."ไสยศาสตร์มีอยู่จริงช่างเป็นอาวุธที่ร้ายกาจจริงๆ"...
                            "พุ ศิลป์ปิ่น"

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

เชิญชวนน้องๆ หนูๆ เข้าร่วมประกวดตี๋ - หมวย ไชนีส พัทยา 2017

          
                   สำหรับงานเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ประจำปี 2560 ที่จะจัดขึ้นในคืนวันที่ 27 – 28 มกราคม 2560 ณ บริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ และบริเวณถนนคนเดิน Walking Street ซึ่งภายในงานจะมีการแสดงสิงโต มังกร และเอ็งกอ พร้อมการประกวดตี๋ หมวย ไชนิส พัทยา 2017 ชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศ และสายสะพาย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน พร้อมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย นอกจากนี้เชิญช็อป ชิม อาหารเมนูเด็ดๆ มากมาย 
                  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมกันส่งเสริม สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน และยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการสร้างสีสันให้กับงานเทศกาลตรุษจีนในปีนี้มากยิ่งขึ้นรวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง โดยผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยรางวัลเกียรติยศจากเมืองพัทยา และเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2560 
                 ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว  ส่วนส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว สำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว ชั้น 1 ศาลาว่าการเมืองพัทยา หรือดาว์นโหลดใบสมัครได้ที่https://www.facebook.com/pattayaculture?fref=ts (เฟสบุ๊ค..ฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรม เมืองพัทยา) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์  0 3825 3130 ในวันและเวลาราชการ หรือ Pattaya Contact center 1137 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2560

ชวนคนไทยส่งความห่วงใยในเทศกาลปีใหม่ถึงทหารชายแดน

                บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ชวนคนไทยร่วมส่งความห่วงใยถึงทหาร ตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยสนามชายแดนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่านจดหมาย โปสการ์ด หรือสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ตลอดจนของใช้ในชีวิตประจำวันจำพวก สบู่ ยาสีฟัน แป้งโรยเท้าป้องกันการอับชื้น เป็นต้น โดยไปรษณีย์ไทยให้บริการส่งฟรีเพียงวงเล็บมุมซอง/กล่องว่า “ทบ.สนามชายแดน” จำกัดน้ำหนักกล่องละไม่เกิน 5 กิโลกรัม ถึงปลายทางหน่วยสนามชายแดน 8 แห่งทั่วประเทศ               ได้แก่ 1. กกล.นเรศวร ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก 63000  2. กกล.ผาเมือง จ.เชียงใหม่ 50300 3. กกล.สุรนารี ค่ายวิรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์ 32000  4. กกล.สุรศักดิ์มนตรี ค่ายพญาสุนทรธรรมธาดา จ.อุดรธานี 41000  5. กกล.บูรพา บ.เสาสูง จ.สระแก้ว 27120  6. กกล.สุรสีห์ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี 71190  7. กกล.เทพสตรี ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร จ.นครศรีธรรมราช 80310 8. กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตู้ ปณ.131 จ.ยะลา 95000
      ผู้สนใจสามารถฝากส่งได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ www.thailandpost.co.th

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560

ปีใหม่ 2560

“เสียงไก่ขับขาน
เริ่มแล้วปีใหม่60
ถนนเมืองกรุงโล่งจัง
นกน้อยหากินประสามัน“
Mr.Talon