วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นำร่อง 23 หาดปลอดบุหรี่ลงนามร่วมมือหน่วยงาน

         ทช.ถกหลายหน่วยงานผ่านโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ นำร่องหาดทรายแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวม  23 หาดปลอดบุหรี่ เตรียมลงนามความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ 31 ตุลาคมนี้
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาว 3,148 กิโลเมตร เป็นหาดทราย 357 แห่งความยาว 1,630 ก.ม. ในพื้นที่ 18 จังหวัด อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 268 แห่ง และหน่วยงานราชการ 89 แห่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ทำการสำรวจปริมาณก้นบุหรี่ ในชายหาดจำนวน 5 แห่งที่มีการสำรวจ ด้วยวิธีสุ่มเก็บข้อมูลเชิงปริมาณตลอดแนวชายหาด โดยการขุดสำรวจความลึกในพื้นทรายตั้งแต่ระดับความลึกที่ระดับ 5 ซ.ม จนถึง 20 ซ.ม พบว่ามีก้นบุหรี่ทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นพื้นที่หาดป่าตอง จ. ภูเก็ต พบก้นบุหรี่ 101,000 ชิ้น คิดเป็น 0.76 ชิ้นต่อตารางเมตร หาดบางแสน จ. ชลบุรี พบก้นบุหรี่ 106,480 ชิ้น คิดเป็น 0.62 ชิ้นต่อตารางเมตร หาดชลาทัศน์ จ. สงขลา พบก้นบุหรี่ 177,000 ชิ้น คิดเป็น 3.56 ชิ้นต่อตารางเมตร หาดแม่พิมพ์ จ. ระยอง พบก้นบุหรี่ 112,470 ชิ้น คิดเป็น 2.30 ชิ้นต่อตารางเมตร หาดทรายรี จ.ชุมพร พบก้นบุหรี่  52,378 ชิ้น คิดเป็น1.05 ชิ้นต่อตารางเมตร
            อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าชายหาดของไทยเป็นแหล่งสะสมก้นบุหรี่ จึงควรมีการจัดระเบียบการงดสูบและทิ้งก้นบุหรี่รวมทั้งขยะบนชายหาด เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมสำหรับการใช้ประโยชน์ร่วมกันและการห้ามสูบบุหรี่บริเวณชายหาดไม่ใช้เรื่องใหม่ในต่างประเทศทั่วโลกได้มีการประกาศห้ามเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งในสหรัฐอเมริกาประกาศห้ามสูบบุหรี่ใน 317 หาดชายทะเล นอกจากนั้นยังมีประเทศอังกฤษและในยุโรป
         ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กำหนดจัดพิธีลงนามความร่วมมือ โครงการชายหาดปลอดบุหรี่ โดยจะเชิญผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการทั้ง 15 จังหวัด นายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 23 หาด อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมลงนาม โดยได้รับเกียรติจากพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ส่วนในระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับอาเซียนเรื่องลดปริมาณขยะทะเล ซึ่งจะจัดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะถือโอกาสนี้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องการประกาศมาตรการ ชายหาดปลอดบุหรี่ของประเทศไทย ทั้ง 23 หาด ในเวทีนี้ด้วย
           อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผ่านโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการทุกภาคส่วน  ณ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อเร็วๆนี้ ผลการประชุมได้มีข้อเสนอให้พื้นที่หาดทรายแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่องโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ทำให้จำนวนหาดนำร่องจากเดิม 22 หาด รวมเป็น 23 หาด ใน 15 จังหวัด และในอนาคตจะมีการประกาศให้ทุกชายหาดในประเทศเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ด้วย และหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ทำการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ กับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่รับทราบเป็นเวลา 90 วันก่อนจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายต่อไป

วันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560

จ่อใช้ "ศรีลานนาโมเดล" นำร่องคืนผืนป่าภาคเหนือ

        จ่อใช้ "ศรีลานนาโมเดล" นำร่องคืนผืนป่าภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน ชี้มีพื้นที่ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรมบนยอดเขาสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเขาไปดำเนินการดูแลฟื้นฟูสภาพป่ากลับมาเหมือนเดิม 
         นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวระหว่างลงพื้นที่โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา บริเวณป่าต้นน้ำแม่แวน (บ้านสามลี่ หย่อมบ้านห้วยกันใจ-แม่ทรายขาว)หมู่ 11 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ดูแลพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน และมีป่าอนุรักษ์จำนวน 7 ล้าน 2 แสนไร่ ซึ่งอาจมีพื้นที่ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรมบนยอดเขาสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเขาไปดำเนินการดูแลฟื้นฟูสภาพป่ากลับมาเหมือนเดิม
     ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวด้วยว่า ในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชันเราใช้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ควบคู่กับการใช้ "ศรีลานนาโมเดล" เป็นตัวนำร่อง และกระจายไปทั่วจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน และเราดำเนินการรังวัดครอบคลุมพื้นที่ไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งแยกเป็นการใช้ประโยชน์ประมาณกว่า 250,000 ไร่ และที่เหลือก็จะมีการจัดการว่าตรงไหนสามารถอนุโลมให้ชาวบ้านอยู่ได้
                อย่างไรก็ตาม "ศรีลานนาโมเดล" คือความสำเร็จของการจัดการและทวงคืนผืนป่า ที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เน้นการสร้างความเข้าใจการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น เปิดเวทีเจรจากันในชุมชนเน้นย้ำให้ชาวบ้านตระหนักถึงความเสียหายจากปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และสร้างความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้ ซึ่งทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะทำงานร่วมกับตัวแทนของชุมชน จนชาวบ้านยอมรับและให้ความร่วมมือจนมีการคืนผืนป่าแล้วกว่า 1,300 ไร่ 

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รำลึก 27 ปี "สืบ นาคะเสถียร" กระตุ้นเตือนดูแลรักษาผืนป่า

         รำลึก 27 ปี "สืบ นาคะเสถียร"  เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดี ความเสียสละ และเชิดชูเกียรติ สร้างจิตสำนึก กระตุ้นเตือนให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้รับรู้คุณค่า ความสำคัญ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาผืนป่า
  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (31 ส.ค .60 ) นายสมโภชน์  มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวระหว่างเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานรำลึก 27 ปี สืบ นาคะเสถียร  ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ในโอกาสครบรอบ 27 ปี การเสียชีวิตของ สืบ นาคะเสถียร กรมอุทยานแห่งชาติฯจึงกำหนดจัดงาน "รำลึก 27 ปี สืบ นาคะเสถียร"  ขึ้น ในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2560 ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดี ความเสียสละ และเชิดชูเกียรติแด่ "สืบ นาคะเสถียร" และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก กระตุ้นเตือนให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้รับรู้คุณค่า ความสำคัญ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ในฐานะที่ผืนป่าแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติสืบไป

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ชูศรีลานนาโมเดลต้นแบบสร้างป่าปี 69 เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ

 
     กรมอุทยานฯชูศรีลานนาโมเดลต้นแบบสร้างป่า ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 ของพื้นที่ป่าทั่วประเทศในปี 2569
     ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จังหวัดเชียงใหม่ว่า การดำเนินงานเพิ่มพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งาติทั่วประเทศในปี 2559 ได้ป่ากลับคืนมา 140,000 ไร่ สำหรับปี 2560 เป้าหมายคือ 107,000 ไร่ ซึ่งทำไปได้ 60,000 ไร่ ยังขาดอีก 40,000 กว่าไร่
        ทั้งนี้ กรมอุทยานฯจะเพิ่มพื้นทีป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 ของพื้นทีทั่วประเทศภายในปี 2569 โดยกรมฯได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะใช้ยุทธศาสตร์หลัก 7 ด้าน ได้แก่ 1. การสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วน 2. จัดระเบียบคนและพื้นที่ 3. ป้องกันและรักษา 4.  ฟื้นฟูระบบนิเวศ 5. พัฒนาและส่งเสริมอาชีพ 6. สร้างจิตสำนึกและถ่ายทอดองค์ความรู้ และ7. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
       
     ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวอีกว่า หากทุกฝ่ายร่วมใจกันฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำของภาคเหนือและในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และชุมชนบนพื้นที่สูงให้สามาถมีชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียงและยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำริ ที่สำคัญช่วยให้ป่าต้นน้ำกลับมามบูรณ์ตามธรรมชาติอย่างยั่งยืน
     


      ดร.ทรงธรรม กล่าวด้วยว่า สำหรับอุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ถือเป็นอุทยานฯโมเดลต้นแบบสร้างป่าโดยการมีส่วนร่วมแบบประชารัฐ ทำให้ชาวบ้านเกิดแนวคิดหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าไม้และคืนพื้นที่ป่าให้กับอุทยานฯ

       
      

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ชาวบ้านปลื้มบังคับคดีรุดขอโทษหลังดำเนินงานผิดพลาด

     วันนี้ (26 ส.ค.2560) นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ได้มอบหมายให้นายอินผล อะทะยศ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีสุรินทร์ ตรวจสอบกรณีนางโพน อุปถัมภ์ ชาวบ้านกรวด ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่พบประกาศยึดทรัพย์ ติดอยู่บริเวณที่นาของตนเองและได้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมช่วยดูข้อเท็จจริงนั้น

         ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของกรมบังคับคดีสุรินทร์พบว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 โจทก์ในคดีแพ่งศาลแขวงสุรินทร์ หมายเลขแดงที่ 2791/2557 ระหว่าง บัตรกรุงไทย โจทก์ นายเจน ใจงาม จำเลย ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามสำเนาโฉนด เลขทึ่ 31855 ต.หนองขวาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีชื่อนางเจน ใจงาม เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ปลอดภาระการจำนอง โดยโจทก์นำส่งสำเนาเอกสารประกอบการยึด และเจ้าหน้าที่ได้ไปปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ดินโฉนดเลขที่ดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า โจทก์ได้ส่งสำเนาโฉนดที่มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นชื่อนามสกุลตรงกับจำเลย แต่มิใช่ของจำเลย เนื่องจาก จำเลยเป็นนายเจน ใจงาม แต่ตามเอกสารเป็น นางเจน ใจงาม จึงเป็นการยึดทรัพย์ที่มิใช่ของจำเลย โดยโจทก์แจ้งว่าจะมาถอนการยึดในวันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม นี้
        อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมบังคับคดีได้มอบหมายให้ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่เพื่อไปพบกำนันและผู้ร้อง เพื่อขอโทษที่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน พร้อมทั้งทำความเข้าใจขั้นตอนการบังคับคดีและแนวทางแก้ไขให้ผู้ร้องทราบต่อไป  

วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กรมบังคับคดี-ธ.อาคารสงเคราะห์ขายทอดตลาดทรัพย์สินกว่า 128 ล้านบาท


           มื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (25 ส.ค.60) นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยนางศศิวิมล ธนศานติ รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางเพ็ญรวี มาแสง ผู้เชียวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลาย และคณะผู้บริหารกรมบังคับคดี ได้ไปดูแลและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ภายในงานมหกรรมขายทอดตลาดทรัพย์สินในเขตกรุงเทพมหานคร ที่กรมบังคับคดีร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดขึ้น ทั้งนี้ ทรัพย์ที่นำมาประกาศขาย
เป็นที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ของสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 1-6 โดยกรมบังคับคดีได้นำทรัพย์ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นเจ้าหนี้รวม 250 รายการ ทุนทรัพย์ประมาณ 228 ล้านบาท ราคาประเมิน 201 ล้านบาท
      โดยในวันนี้ขายได้เป็นเงินทั้งสิ้น  128,461,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 63 ของราคาประเมินทั้งหมด จำนวน 111 คดี โดยมีผู้วางหลักประกันทั้งสิน 137 ราย เป็นเงิน 14,125,000 บาท แยกเป็น edc จำนวน 17 ราย เป็นจำนวนเงิน 2,070,000 บาท เช็คและเงินเป็นจำนวน 120 ราย เป็นจำนวนเงิน 12,055,000 บาท

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

พวกมักง่ายลักลอบทิ้งซากสัตว์คลองชลประทาน


             าวบ้านถึงกับผงะกันเป็นทิวแถวหลังพบว่ามีพวกมักง่ายลักลอบทิ้งซากกระดูกสัตว์สุกร และซากวัว บรรจุถุงขยะพลาสติกจำนวนหลายถุงสภาพถุงแตกกระจายลอยอยู่ในน้ำริมคลองชลประทาน ใกล้ประตูน้ำ หมู่ที่ 7 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่งกลิ่นเน่าเหม็น และมีหนอนไต่ยั๊วเยี้ยเต็มไปหมด  ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษ น้ำเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณดังกล่าว ที่สำคัญชาวนาใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและนาข้าวเน่าเสียอย่างแน่นอน
             อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากความมักง่ายครั้งนี้ ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทัองที่ ต.แหลมบัว สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งคาดว่าอาจเป็นฝีมือผู้ประกอบการมักง่ายบางแห่งที่นำซากสัตว์ไปทิ้งยังพื้นที่ต่างๆ



วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กรมส่งเสริมสหกรณ์ชี้พร้อมดูแลราษฎรร่วมโครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ

             บิ๊กกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่เป็นประธานวางเสาเอกบ้านราษฎรหลังแรก พร้อมดูแลราษฎรที่เข้าร่วมโครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อำนวยความสะดวกในการรื้อถอนขนย้ายหลังย้ายออกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง 
          ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในการวางเสาเอกบ้านของราษฎรที่เข้าร่วมโครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ ตามพระราชประสงค์หุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเร็วๆนี้ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการรื้อถอนขนย้ายบ้านจำนวน 8 หลังในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง โดยประสานงานขอความอนุเคราะห์เครื่องจักรกลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นชลประทานเจ้าหน้าที่ทหารจากจุดประสานงานจัด
พัฒนาที่ดินโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพงเข้าไปช่วยดำเนินการ
      อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพงสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรีได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรในหลักการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง ซึ่งราษฎรเข้าใจในหลักการเพื่อไปอยู่อาศัยตามแผนที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ และติดต่อประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอชะอำ เพื่อขยายเขตการใช้ไฟฟ้าไปยังพื้นที่แปลงทดแทนอีกด้วย
           อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณราษฎรที่เห็นความสำคัญในการดำเนินงานที่จะอยู่ในพื้นที่เหมาะสม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมที่จะดูแลราษฎรเหล่านี้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม 

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ผลิตภัณฑ์จักสานป่านศรนารายณ์สร้างอาชีพมั่นคง

                  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรหมู่บ้านหุบกระพง อ.ชะอำ จ.พชรบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่หุบกระพง ต่อมารัฐบาลอิสราเอลได้เข้ามาช่วยเหลือแนะนำอาชีพการเกษตรให้กับราษฎร สำหรัผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพจักสานป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นอาชีพหนึ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้ทรงส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันและนำป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ อาทิ หมวก กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด สร้างรายได้ให้กับราษฎรและเป็นอาชีพที่มั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน
         ประวัติการก่อตั้งสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด ได้รับพระราชทานใบทะเบียนสหกรณ์จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2519 แรกเริ่มมีสมาชิกจำนวน 83 ครอบครัว หลังจากระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานที่ดินทำกินให้กับราษฎรในปี 2514 แล้วในปี 2515 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงแนะนำและส่งเสริมให้สตรีนำเส้นใยจากป่านศรนารายณ์ ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ในด้านผลิตภัณฑ์หัตถกรรม และฝึกทักษะให้กับสตรี และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์แล้วก็รวบรวมส่งให้กับสหกรณ์เป็นผู้จำหน่าย ต่อมาในปี 2524 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงรับงานศิลปาชีพพิเศษป่านศรนารายณ์ของกลุ่มสตรีสหกรณ์หุบกระพงไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปัจจุบันดำเนินธุกิจรวบรวมผลผลิตของสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด  
   นางสาวเพ็ญทิพย์ แย้มศรี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด กล่าวว่า ในส่วนของงานศิลปาชีพจักสานป่านศรนารายณ์ ถือเป็นธุรกิจหนึ่งของสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด เพราะว่างานศิลปาชีพพิเศษสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด โดยเติบโตคู่กันมา เราจะถือสโลแกน "ในหลวงให้ที่ พระราชินีให้อาชีพ" โดยมีผู้ผลิตเป็นกลุ่มสตรีจากศิลปาชีพพิเศษป่านศรนารายณ์ ส่วนสหกรณ์ก็จะเป็นผู้รับซื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากกลุ่มสตรี เพื่อนำมาจำหน่ายที่ร้านในโครงการและในโครงการชั่วหัวมัน
และอีกจุดหนึ่งคือ ที่มูลนิธิสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ค่ายพระรามหก พร้อมทั้งวางแผนการตลาดให้ด้วย
    ส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็จะมีกระบวนการแปรรูปตั้งแต่วัตถุดิบ ซึ่งทางสหกรณ์จะเป็นผู้ปลูกป่านศรนารายณ์เอง โดยให้สมาชิกของสหกรณ์ตัดเอาไป แล้วก็เอาไปขูดเป็นเส้นใย แล้วเอามาขายให้กับสหกรณ์ จากนั้นผู้เฒ่า ผู้แก่ ก็จะนำเส้นใยป่านศรนารายณ์ไปถักเป็นเปีย แล้วก็เอากลับมาขายให้กับสหกรณ์ เป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้เฒ่า ผู้แก่ ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง และสมาชิกก็จะมาเบิกเส้นใยหรือเปียไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นก็นำผลิตภัณฑ์กลับมาขายให้กับสหกรณ์
   ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ที่เข้ามาช่วยในการออกแบบตราสินค้าให้ และจัดทำเว็บไซต์ เพื่อให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรมที่ศูนย์ 15 ในด้านการพัฒนาสิ่งทอ และหาวิธีการที่จะทำให้ป่านศรนารยณ์ที่มีความแข็งให้มีความนุ่มขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกสหกรณ์อยู่ 500 กว่าราย แต่ในส่วนของกลุ่มอาชีพศิลปาชีพพิเศษป่านศรนารายณ์มีสมาชิกอยู่จำนวน 20 ราย โดยในส่วนของสมาชิกกลุ่มอาชีพศิลปาชีพพิเศษเราจะจัดหาวัตถุดิบมาให้ ทำการตลาด และพยายามศึกษาหาความรู้ในการปรับเปลี่ยนพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นสากลยิ่งขึ้น
          สำหรับผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์จะมีหลากหลายชนิด เช่น หมวก กระเป๋า เข็มขัด ที่คาดผม กิ๊บติดผม พวงกุญแจ รองเท้า สินค้ากิ๊ฟช็อป และสินค้าเบ็ดเตล็ด ซึ่งขณะนี้เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำเป็นแผ่นรองจาน แผ่นรองแก้ว ให้มีรูปแบบเป็นสากลยิ่งขึ้น โดยจะพัฒนาสีสันเพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าที่ขายดีก็จะเป็นหมวก และกระเป๋า เพราะมีหลากหลายรูปแบบ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 20-800 บาท สร้างยอดขายให้กับสหกรณ์ประมาณ 100,000-200,000 บาทต่อเดือน สมาชิกมีรายได้เดือนละ 5,000-15,000 บาทต่อราย ตอนนี้
อยากขายสินค้าทางระบบออนไลน์ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มยอดขาย และกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น ก็ขอฝากนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี อยากจะให้มาเที่ยวชมและซื้อสินค้าของชาวบ้าน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ป่านศรนารายณ์ที่อยู่คู่กับสหกรณ์แห่งนี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว จึงอยากให้ช่วยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้าน เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จำกัด ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 032-593178 ทางเว็บไซต์ www.coopthai.com/hubkrapong    
  ขณะนี้เรามีการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม โดยจะให้เด็กนักเรียนจากโรงเรียนหุบกระพงเข้ามาเป็นมัคกุเทศก์คอยแนะนำข้อมูลต่างๆ ให้กับคณะที่มาศึกษาดูงานสหกรณ์ของเรา ซึ่งในปีนี้เรามีนโยบายจะขยายพื้นที่ปลูกป่านศรนารายณ์ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกทำการเกษตรแปลงใหญ่ และช่วยกันอนุรักษ์ป่านศรนารายณ์ให้อยู่คู่กับพื้นที่ของเราต่อไปนานๆ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเกษตรแปลงใหญ่อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2561 นอกจากนี้ ยังปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของป่านศรนารายณ์ และร่วมกันสืบสานอาชีพการทำผลิตภัณฑ์จักสานป่านศรนารายณ์ให้ดำรงอยู่ต่อไป

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

อพท.3 ชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2560 สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3) จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมเล่นกิจกรรม e-stamp ของแอพพลิเคชั่น Smart Pattayaเส้นทางท่องเที่ยวเรียนรู้ในพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 12 โครงการ 
     ประกอบด้วย วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ,ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ, โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม, โครงการงานวิชาการเกษตร, โครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองบ้านอำเภอ, โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน, สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง, โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำพื้นที่วัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, มูลนิธิพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์,มูลนิธิอเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน)


วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

โปรยเมล็ดพันธุ์พืชสร้างความชุ่มชื้นเพิ่มผืนป่า

                  สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี มักจะมีความขัดแย้งการแช่งชิงน้ำ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีจำนวนลดลง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศน์ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวง
        พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ณ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าเพื่อ
สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ และเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามโครงการพระราชดำริฝนหลวง จึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับสู่สภาพเดิม รวมทั้งการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มขึ้น โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจหลักในการเติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศและในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
            รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพื้นที่แหล่งต้นน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ขณะนี้พบว่าน้ำในเขื่อนมีอยู่เพียง 25% ของ
ความจุของเขื่อน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่ตัวเขื่อนสามารถจุน้ำได้ถึง 314 ล้านลูกบาศ์กเมตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยปรับแผนการบินปฏิบัติการฝนหลวงให้สอดคล้องกับความต้องการน้ำในพื้นที่การเกษตรและ
เพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-9 ก.ค.60 โดยระดมสรรพกำลังจากหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมากับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคองจำนวน 26.99 ล้านลูกบาศ์กเมตร และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปจนถึงเดือน ต.ค.60
ซึ่งคาดว่าเป็นห้วงเวลาที่จะทำฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันเราก็ถือโอกาสโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ที่เป็นป่า ซึ่งคนไม่สามารถเข้าไปถึงได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยาน หรือเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ดังนั้น การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าแห่งนี้ด้วย ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยในปีที่แล้วเราดำเนินการนำร่องโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และป่าต้นน้ำในพื้นที่ภาคเหนือเป็นครั้งแรก พบว่าประสบความสำเร็จ มีการงอกของเมล็ดพันธุ์พืช และสามารถเจริญเติบโตถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ซึ่งการปฏิบัติการฝนหลวงในครั้งนี้ก็จะเป็นการเพิ่มเติมความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานและป่าต้นน้ำ
              สำหรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำตะคองนั้น ต้องมีการระบายน้ำหรือกักเก็บน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนการกักเก็บน้ำในพื้นที่
ท้ายเขื่อนลำตะคองก็ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมชลประทานประสานกับกระทรวงมหาดไทยและกองทัพบกให้เพิ่ม
ศักยภาพในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณท้ายเขื่อน เพื่อลดการพึ่งพาจากน้ำในเขื่อน และต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่จะใช้น้ำในบริเวณนั้นด้วย
"เป็นที่ทราบกันดีว่า อันเนื่องมาจากโครงการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานโครงการนี้ให้กับคนทั้งประเทศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรก็ปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนและในพื้นที่การเกษตรมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่า ดังนั้น กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชนมาร่วมกันปั้นดินเพื่อห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งและผมก็ได้สั่งการให้ปฏิบัติการฝนหลวงและโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
           ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า การดำเนินการโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์ โดยเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ได้รับมอบมาจากกรมป่าไม้ รวม 14 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ สีเสียดแก่น แดง สาธร พฤกษ์ ไผ่รวก กัลปพฤกษ์ กาฬฟฤกษ์ ประดู่ผล พะยูง คูน ขี้เหล็กบ้าน และนนทรีป่า ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-30 ก.ย.60 ประกอบด้วยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภาคกลาง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และภาคใต้ตอนบน ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากนั้นก็จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในแต่ละวัน แล้วจัดทำระบบฐานข้อมูล เพื่อวางแผนดำเนินการในช่วงระยะเวลาต่อไป
ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ กิจกรรมปลูกป่า ณ บริเวณป่าชุมชนตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พื้นที่ตำบลหนองกลับ ทุ่งทอง หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นการปลูกป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำ

วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

หยุดทำร้ายฉัน

การ์ตูนใน นสพ.พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 11 เม.ย. 60

ไก่สามอย่าง

           นั่งคิด นอนคิด เดินนึกอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี พอดีมาเดินตลาดสดย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ ได้ยินเสียงคนที่มาจ่ายตลาดคุยกันถึงเรื่องกุ้งแห้งพอจับใจความได้ว่ากุ้งแห้งตอนนี้ราคาแพงมากไม่เหมือนสมัยก่อนช่วงประมาณ 5-10 ปี ที่ผ่านมาเวลาจะซื้อกุ้งแห้งมาประกอบอาหารไม่ต้องคิดมากเพราะราคาถูก
 แต่ปัจจุบันนี้ราคาแพงจริงๆ !
ผมได้ยินก็คิดตามนะก็คงจริงอย่างที่คนมาจับจ่ายตลาดเขาคุยกัน เพราะเดี๋ยวนี้เวลาไปนั่งกินข้าวต้มริมทาง เวลาสั่งกลับมากินกับข้าวต้มก็ต้องคิดแล้วคิดอีก โดยเฉพาะยำกุ้งแห้งถูกอัพราคาขึ้น แถมปริมาณกุ้งแห้งในจานก็ไม่หนาตาเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากถูกขิงและเครื่องปรุงต่างแย่งชิงพื้นที่ด้านหน้าจานกัน ส่วนเจ้ากุ้งแห้งซึ่งมีไม่กี่ตัวก็กลายเป็นนางอายซ่อนตัวใต้เครื่องปรุงซะอย่างนั้นฮ่า ฮ่า ฮ่า อาจเป็นเพราะกุ้งแห้งราคาแพงขึ้น การกินยำกุ้งแห้งในยุคนี้
ก็เลยไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนในอดีต !!
พอได้ยินเรื่องราวของกุ้งแห้ง ผมก็เลยคิดถึงสมัยที่เรียนอยู่ชั้นป.ว.ช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ที่โรงเรียนศิลปะย่านฝั่งธนบุรี จำได้ว่าผมกับเพื่อนประมาณ 3-4 คน นั่งรถโดยสารบขส.ไปเที่ยวที่จ.ชลบุรีกันแถมเงินในกระเป๋าก็มีติดตัวกันนิดๆหน่อยๆ ช่วงที่หิ้วท้องไปกินมื้อเย็นที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะอำลาเมืองชลกัน ผมจำได้แม่นมิรู้ลืมวันนั้นเราเปิดเมนูสั่งอาหาร ไปเจออยู่เมนูหนึ่ง "ไก่สามอย่าง" แค่เห็นชื่อก็กลืนน้ำลายกันแล้ว แถมราคาถูกกว่าเมนูอื่นๆอีกต่างหาก พวกเราไม่รอช้าสั่งทันที 1 จานพร้อมข้าว 1 โถ แค่นี้ก็คงจะพอให้พวกเราคลายหิวกัน
ก่อนกลับกรุงเทพฯ ครับ !
ขณะที่พวกเรานั่งคุยกันเพลินๆก็ได้ยินเสียงคนเสริฟอาหาร "มาแล้วครับไก่สามอย่าง" พร้อมกับวางโถข้าวพร้อมจานอาหารลงบนโต๊ะอาหาร พอเห็นหน้าตา "ไก่สามอย่าง" แทบหงายท้องตกเก้าอี้ เพราะมันไม่มีไก่เลยสักชิ้น มีแต่กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มะนาว ขิง หอมแดง และพริกขี้หนูซอยชิ้นเล็กๆ จัดเรียงอยู่ในจานเล็กๆ  แล้วจะกินกันยังไง มื้อนี้พวกเราก็เลยกินกันไปขำกันไป เพราะมีงบประมาณอยู่แค่นี้จะสั่งอย่างอื่นเพิ่ม
ก็เดียวไม่มีค่ารถกลับกรุงเทพฯ !!
แต่ที่แน่ๆพี่คนเสริฟอาหารเขาคงคิดว่าพวกเราบ้าแน่ๆ สั่ง "ไก่สามอย่าง" มากินกับข้าว ปกติเข้าสั่งมาแกล้มเหล้ากัน โชคดีที่สมัยนั้นกุ้งแห้งไม่แพงเลยได้เยอะหน่อย....!!!
                               นวย เมืองธน
**********************************************

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

สะพานควาย

                 

ย้อนกลับไปช่วงหลายสิบปี ก่อนหากใครมีโอกาสขึ้นรถสองแถวใหญ่ (รถโดยสารสาธารณะ) ในกรุงเทพฯ คงจะพอจำบรรยากาศและสีสันต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนรถสองแถวได้ไม่มากก็น้อยครับ ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้โดยสารรถสองแถวสาธารณะอยู่เป็นประจำ (สมัยนี้ก็ยังขึ้นอยู่นะ) ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯหรือชานเมืองหลวง รวมถึงเขตปริมณฑลจังหวัดใกล้เคียง บางครั้งก็มีความตื่นเต้นและมีเรื่องราวให้ผมได้จดจําอยู่ตลอดเหมือนกัน อย่างเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งแถวหมอชิตเก่า
หรือย่านสวนสาธารณะจตุจักร !!
เวลาผมเดินทางผ่านป้ายรถประจำทาง หรือรถเมล์ย่านนี้ทีไร พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น ก็ยังนึกขำอยู่ในใจทุกทีครับ เพราะที่ป้ายรถเมล์วันนั้น นอกจากมีผมและคนอื่นๆ ที่กำลังรอรถอยู่แล้ว ก็ยังมีคุณลุงคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดี แต่หน้าคุณลุงมีสีแดงเรื่อๆ แถมมีกลิ่นเหล้าโชยมาจากตัวคุณลุงเป็นระยะๆ ตามกระแสลมที่พัดมา
หรือคนที่ไม่กินเหล้าเรียกว่า "กลิ่นละมุด" !?
แต่ผมได้กลิ่นเหล้าที่ติดตัวนักดื่มนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังไม่เห็นว่ากลิ่นเหล้านั้นจะเป็น "กลิ่นละมุด" ตรงไหน ในขณะที่ผู้คนกำลังรอรถโดยสารอยู่นั้น ก็มีรถสองแถวใหญ่มาจอดรับผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ตรงที่ผมยืนรอรถอยู่ กระเป๋ารถหรือคนเก็บเงินรถสองแถวคันดังกล่าว
เป็นผู้ชายวัยรุ่นท่าทางกวนโอ๊ย !!
ก็มายืนอยู่บนถนนท้ายรถสองแถว พร้อมกลับตะโกนเรียกผู้โดยสาร "ควาย...รี ควาย...รี ควาย...รี" รัวๆ อยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจจะเป็นคำว่า "ควาย" นี่ละ ที่ทำให้ "คุณลุงกลิ่นละมุด" ที่ยืนรอรถอยู่ใกล้ๆ กับสองแถวใหญ่ที่จอดอยู่แสดงออกทางสีหน้า
ไม่ค่อยพอใจนัก กับคำว่า "ควาย" ??
ที่กระเป๋ารถสองแถวมาดกวนๆ ตะโกนสักเท่าไหร่ อ่อผมยืนอยู่ใกล้ๆ กับคุณลุงและสังเกตอากัปกิริยาอยู่ครับ ทันใดนั้น "คุณลุงกลิ่นละมุด" แกก็พูดด้วยน้ำเสียงลิ้นพันกันแบบคนเมานิดๆ กับกระเป๋ารถสองแถวว่า...
"เอ็งว่าใครควายวะไอ้หนุ่ม" !!
กระเป๋ารถสองแถวหนุ่มมาดกวน เมื่อได้ยินน้ำเสียงของคุณลุงท่าทางไม่เป็นมิตร จึงทำหน้างงๆ ก่อนยิ้ม แล้วพูดตอบกลับคุณลุงว่า "ผมไม่ได้ว่าใครครับลุง ผมหมายถึง "สะพานควาย" ครับ คือใครจะไป "สะพานควาย-อนุสาวรีย์ชัยฯ" ให้ขึ้นรถคันนี้ครับลุง ส่วนคุณลุงเมื่อได้ยินคำตอบจากกระเป๋ารถสองแถว แกก็ยิ้มให้พร้อมกับพูดว่า "แล้วไป นึกว่าด่าลุงว่าควาย เพราะลุงชื่อรี เห็นแกตะโกนรัวๆ ว่า ควาย...รี ก็คิดว่าด่าลุงน่ะสิ" พอคุณลุงพูดจบ ทำเอาคนที่ยืนรอรถและคนบนรถสองแถวต่อมฮาแตกกันเป็นทิวแถว ฮ่าๆๆ
นี่ก็เป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ผมยังจำได้เป็นอย่างดี และถือเป็นความโชคดีที่ไม่มีใครต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะคำว่า "ควาย" เป็นต้นเหตุ...
นวย  เมืองธน
*************************************************

วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

จิ้งจกกินข้าว

        นวงข้าวมื้อกลางวันช่วงปลายๆเดือนมีนาคม 2560 อากาศเริ่มจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแม่กับผมที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ที่สำคัญอาหารมื้อนี้ถือเป็นมื้อหนึ่งที่ทำให้ผมท้องร้องตั้งแต่ยังไม่ลงมือตักข้าวใส่จานด้วยซ้ำไป ก็แหมกับข้าววันนี้มีน้ำพริกกะปิของโปรดของผม แถมยังมีปลาทูทอด ไข่ทอดชะอมและผักต่างๆ รวมถึงดอกอัญชันที่เก็บจากรั้วบ้านสดๆ
จนไม่อยากจะบรรยายต่อเลยจริงๆครับ !!
เพราะขณะที่เขียนอยู่นี้ผมเองก็รู้สึกอยากกินน้ำพริกกะปิอีกรอบทั้งๆที่ลิ้มรสไปเมื่อหลายวันก่อน พอนึกภาพตามก็เลยทำให้อยากกินขึ้นมาชนิดไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยซะอย่างนั้น ช่วงที่ผมกับแม่กำลังกินข้าวกันอย่างอร่อยผมสังเกตเห็นจิ้งจกหลายตัวมาเกาะกำแพงใกล้ๆกับโต๊ะที่กินข้าว
        โดยไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย !!
แม่ผมจึงพูดขึ้นว่าสงสัยพวกมันจะมารอกินข้าวเดี๋ยวเอาข้าวให้พวกมันหน่อยพร้อมๆกับหยิบข้าวสุกไปวางไว้ที่ขอบโต๊ะสักพักก็มีจิ้งจกหลายตัวค่อยๆคืบคลานมากินข้าวกันอย่างอร่อย ภาพที่ผมเห็นอยู่เบื้องหน้าวันนั้นทำให้ผมอดขำไม่ได้เพราะเคยเห็นแต่จิ้งจกกินแมลง แต่เหตุใดจิ้งจกที่นี่ดันกินข้าวเหมือนคน
ดีนะที่พวกมันไม่กินข้าวกับน้ำพริกด้วย...ฮ่าฮ่าฮ่า
ด้วยความสงสัยผมจึงถามแม่ว่าทำไมจิ้งจกที่นี่ถึงกินข้าว ก็เลยได้คำตอบว่าจริงๆแล้วแม่ผมจะเอาข้าวสุกวางให้จิ้งจกเหล่านี้กินเป็นประจำ แม่บอกว่าการที่จิ้งจกเหล่านี้กินข้าวคงเป็นเพราะพวกมันคงหาแมลงกินไม่ค่อยได้ ก็เลยหันมากินข้าวกันเป็นอาหารเสริม
เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดกันในวันที่หาแมลงกินไม่ได้ !!
แต่ผมแอบคิดอยู่ในใจว่า ขนาดจิ้งจกมันยังกินข้าว แล้วทำไมถึงมีการเปรียบเปรยเรื่องกินหญ้ากับกินข้าวกันเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ชอบหลอกชาวบ้านดูถูกและมองคนอื่นว่ากินหญ้าเหมือนวัว ควาย ส่วนตัวเองปัญญาดีเพราะกินข้าว จนต้องมีคำขำๆออกมาพูดให้หัวร่อขบขันกันอยู่เสมอ เช่นคำพูดที่ว่า
"ตอนนี้ผมกินข้าวเลิกกินหญ้านานแล้วครับ" ...!!!
                                         นวย  เมืองธน

ต้องล้อมคอก

การ์ตูนในนสพ.พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 28 มี.ค.2560

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

กรมบังคับคดีจับมือศาลแพ่งธนบุรีเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ

       "มาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) ตรงกับวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (แบบนายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่ม ขณะที่กำลังนั่งเขียนคอลัมน์เป็นช่วงสิบโมงกว่าๆฝนตกกระหน่ำบรรยากาศพาไปทำให้คลายร้อนลงไปบ้างเลยขอเริ่มต้นด้วยกวีบ้านๆ..."สายฝนโปรยปราย กลิ่นดินหอมคลุ้ง ไส้เดือนระรี้ระริก ปลาหมอจ่อเปลี่ยนน้ำ" @@@ เมื่อวาน (16 มี.ค.) ช่วงเช้าๆมีโอกาสแวะเวียนไปตลาดนัดเช้าย่านเมืองทอง 1 แจ้งงัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ บอกตามตรงได้ยินพ่อค้า แม่ค้า  "เมาท์กระจาย" แล้วผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจชนิดไม่กล้าขำ เพราะมันเป็นอีกวันที่คนค้าขาย ขายของกันไม่ค่อยได้เพราะหลายคนพูดตรงกันว่า "วันไหนหวยออกเป็นอย่างนี้ทุกทีตลาดเงียบกริบมีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อของ" เรื่องนี้ "นายตะลอน" ไม่ขอออกความเห็นแค่นำเรื่องที่ชาวบ้านสะท้อนมาเล่าสู่กันฟังน่ะขอรับ@@@@ลงนามกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวานนี้(16 มี.ค.) ซึ่งศาลแพ่งธนบุรีร่วมกับกรมบังคับคดีลงนามบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี "โอภาส  อนันตสมบูรณ์"  อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี และ "รื่นวดี  สุวรรณมงคล"  อธิบดีกรมบังคับคดี ร่วมลงนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  ในการปฏิบัติงานของทั้ง 2 ฝ่าย ให้รวดเร็ว สมบูรณ์ และถูกต้อง อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  ซึ่งมี "อดิศักดิ์  ปัตรวลี"  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 และ"กรรณิการ์  แสงทอง" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ   ณ ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลแพ่งธนบุรี  ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขต
จอมทอง กรุงเทพฯ@@@@"อธิบดีกรมบังคับคดี" แย้มว่าการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลหมายบังคับคดีโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ในระบบเมลกลางภาครัฐ (MailGoThai) โดยกรมบังคับคดีสามารถนำข้อมูลหมายบังคับคดีไปดำเนินการได้เลย  ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนในการดำเนินการบังคับคดี และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น@@@@ขณะที่ "อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี" แย้มว่าแม้ปัจจุบันศาลยุติธรรมจะแยกตัวเป็นองค์กรอิสระ แต่การปฏิบัติงานยังคงต้องอาศัยข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะหมายและคำสั่งต่างๆ ของศาลในชั้นบังคับคดี การเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน อันเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ@@@@ ก่อนอำลากันในวันนี้ทิ้งท้ายที่กิจกรรมดีๆกับโครงการแสดงดนตรี
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดโดย ฝ่ายกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจาก 5 สถาบัน C.U. Clarinet Ensemble จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  Kasetsart Wind Symphony ภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  Rangsit University Jazz Orchestra วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ศิลปาเซียน คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร Pomelo Town วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงเทิดพระเกียรติ ในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. 2560 เวลา 17.00 - 22.00 น. (เข้าชมฟรี) ณ  ลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)...!!!                           
                                                                       "นายตะลอน"

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

โครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Krabi Art Olympics 2018


"เมาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (สไตล์นายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่มเอาฮาขำๆหรือบางครั้งอาจขำไม่ออก@@@ช่วงเดือนมี.ค.นี้ "นายตะลอน" เชื่อว่า "พระหายากที่สุด" แห่งวัดจานบินคงเป็นกระแสในหน้าสื่ออย่างต่อเนื่องว่ากันว่ามีการใช้งบเพื่อค้นหาพระหายากที่ว่ากันไปแล้วกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งระหว่างการค้นหาราคาคงเพิ่มหลักล้านทุกวัน สุดท้ายจะหาพบหรือไม่
นั้นเชื่อว่าเซียนพระทั่วโลกเองก็คงใจจดใจจ่อวัดใจลุ้นระทึกน่ะขอรับ..."ชิงตังเม มากินกัน โป้ง โป้ง"@@@@ ส่วนการนิรโทษกรรมชาวบ้านคืนป่าให้รัฐถือว่าน่าสนใจที่เดียวเพราะมี "เมาท์กระจาย" ว่า "ชลธิศ สุรัสวดี" อธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งถึงผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1-13 และผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทั่วประเทศ เรื่อง ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี พร้อมทั้งให้รวบรวมข้อมูลจากการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี และให้รายงานข้อมูลการคืนพื้นที่ทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพราะต้องการให้คนจนหรือผู้ยากไร้ที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนวันที่ 17 มิ.ย.2557 หรือก่อนคำสั่ง
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2557 นำพื้นที่ที่บุกรุกมาคืนให้กับรัฐโดยจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งมีผลตั้งแต่ก.พ.ที่ผ่านมา "นายตะลอน" เห็นว่าเป็นข่าวที่ดีแถมยังสร้างกุศลให้ประชาชนอีกด้วย สาธุด้วยคนน่ะคร๊าบ@@@@กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) เปิดห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าให้สื่อชมเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นผลการตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA) ซึ่งหน่วยงานนี้มีภารกิจหลักในการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่เป็นซากสัตว์ป่าของกลางในแต่ละคดี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหา
การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่มี
ประสิทธิภาพและเป็นธนาคารรวบรวมธนาคาร DNA ของสัตว์ป่าในประเทศไทย และจัดทำฐานข้อมูลด้านพันธุกรรมสัตว์ป่า เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและจำแนกชนิดสัตว์ป่าแต่ละชนิดและแต่ละสายพันธุ์อีกด้วยน่ะ@@@@ส่วนการกวาดจับกะเทยกลุ่มเสี่ยงตามสถานบันเทิงเมืองพัทยาเมื่อเร็วๆนี้จนเมาท์กระจายแซดนั้น "พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร" ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แย้มว่าป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเมืองพัทยากำลังดำเนินโครงการแฮปปี้โซน จึงกวดขันจับกุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมแล้วนำมาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้พัทยาเป็นเมืองที่น่าเที่ยว ถือเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล...อ้าวรับทราบและเข้าใจตรงกันน่ะขอรับ@@@@ ก่อนอำลากัน ทิ้งท้ายกวีบ้านๆ... "สายลมพาเม็ดฝน แม่ค้าแตกตื่นผวา หมาแมววิ่งพล่าน
วิถีคนค้าขายแพ้ทางกัน"...!!!
                      "นายตะลอน"