วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

จิ้งจกกินข้าว

        นวงข้าวมื้อกลางวันช่วงปลายๆเดือนมีนาคม 2560 อากาศเริ่มจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแม่กับผมที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ที่สำคัญอาหารมื้อนี้ถือเป็นมื้อหนึ่งที่ทำให้ผมท้องร้องตั้งแต่ยังไม่ลงมือตักข้าวใส่จานด้วยซ้ำไป ก็แหมกับข้าววันนี้มีน้ำพริกกะปิของโปรดของผม แถมยังมีปลาทูทอด ไข่ทอดชะอมและผักต่างๆ รวมถึงดอกอัญชันที่เก็บจากรั้วบ้านสดๆ
จนไม่อยากจะบรรยายต่อเลยจริงๆครับ !!
เพราะขณะที่เขียนอยู่นี้ผมเองก็รู้สึกอยากกินน้ำพริกกะปิอีกรอบทั้งๆที่ลิ้มรสไปเมื่อหลายวันก่อน พอนึกภาพตามก็เลยทำให้อยากกินขึ้นมาชนิดไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยซะอย่างนั้น ช่วงที่ผมกับแม่กำลังกินข้าวกันอย่างอร่อยผมสังเกตเห็นจิ้งจกหลายตัวมาเกาะกำแพงใกล้ๆกับโต๊ะที่กินข้าว
        โดยไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย !!
แม่ผมจึงพูดขึ้นว่าสงสัยพวกมันจะมารอกินข้าวเดี๋ยวเอาข้าวให้พวกมันหน่อยพร้อมๆกับหยิบข้าวสุกไปวางไว้ที่ขอบโต๊ะสักพักก็มีจิ้งจกหลายตัวค่อยๆคืบคลานมากินข้าวกันอย่างอร่อย ภาพที่ผมเห็นอยู่เบื้องหน้าวันนั้นทำให้ผมอดขำไม่ได้เพราะเคยเห็นแต่จิ้งจกกินแมลง แต่เหตุใดจิ้งจกที่นี่ดันกินข้าวเหมือนคน
ดีนะที่พวกมันไม่กินข้าวกับน้ำพริกด้วย...ฮ่าฮ่าฮ่า
ด้วยความสงสัยผมจึงถามแม่ว่าทำไมจิ้งจกที่นี่ถึงกินข้าว ก็เลยได้คำตอบว่าจริงๆแล้วแม่ผมจะเอาข้าวสุกวางให้จิ้งจกเหล่านี้กินเป็นประจำ แม่บอกว่าการที่จิ้งจกเหล่านี้กินข้าวคงเป็นเพราะพวกมันคงหาแมลงกินไม่ค่อยได้ ก็เลยหันมากินข้าวกันเป็นอาหารเสริม
เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดกันในวันที่หาแมลงกินไม่ได้ !!
แต่ผมแอบคิดอยู่ในใจว่า ขนาดจิ้งจกมันยังกินข้าว แล้วทำไมถึงมีการเปรียบเปรยเรื่องกินหญ้ากับกินข้าวกันเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ชอบหลอกชาวบ้านดูถูกและมองคนอื่นว่ากินหญ้าเหมือนวัว ควาย ส่วนตัวเองปัญญาดีเพราะกินข้าว จนต้องมีคำขำๆออกมาพูดให้หัวร่อขบขันกันอยู่เสมอ เช่นคำพูดที่ว่า
"ตอนนี้ผมกินข้าวเลิกกินหญ้านานแล้วครับ" ...!!!
                                         นวย  เมืองธน

ต้องล้อมคอก

การ์ตูนในนสพ.พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 28 มี.ค.2560

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

กรมบังคับคดีจับมือศาลแพ่งธนบุรีเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ

       "มาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) ตรงกับวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (แบบนายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่ม ขณะที่กำลังนั่งเขียนคอลัมน์เป็นช่วงสิบโมงกว่าๆฝนตกกระหน่ำบรรยากาศพาไปทำให้คลายร้อนลงไปบ้างเลยขอเริ่มต้นด้วยกวีบ้านๆ..."สายฝนโปรยปราย กลิ่นดินหอมคลุ้ง ไส้เดือนระรี้ระริก ปลาหมอจ่อเปลี่ยนน้ำ" @@@ เมื่อวาน (16 มี.ค.) ช่วงเช้าๆมีโอกาสแวะเวียนไปตลาดนัดเช้าย่านเมืองทอง 1 แจ้งงัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ บอกตามตรงได้ยินพ่อค้า แม่ค้า  "เมาท์กระจาย" แล้วผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจชนิดไม่กล้าขำ เพราะมันเป็นอีกวันที่คนค้าขาย ขายของกันไม่ค่อยได้เพราะหลายคนพูดตรงกันว่า "วันไหนหวยออกเป็นอย่างนี้ทุกทีตลาดเงียบกริบมีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อของ" เรื่องนี้ "นายตะลอน" ไม่ขอออกความเห็นแค่นำเรื่องที่ชาวบ้านสะท้อนมาเล่าสู่กันฟังน่ะขอรับ@@@@ลงนามกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวานนี้(16 มี.ค.) ซึ่งศาลแพ่งธนบุรีร่วมกับกรมบังคับคดีลงนามบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี "โอภาส  อนันตสมบูรณ์"  อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี และ "รื่นวดี  สุวรรณมงคล"  อธิบดีกรมบังคับคดี ร่วมลงนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  ในการปฏิบัติงานของทั้ง 2 ฝ่าย ให้รวดเร็ว สมบูรณ์ และถูกต้อง อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  ซึ่งมี "อดิศักดิ์  ปัตรวลี"  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 และ"กรรณิการ์  แสงทอง" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ   ณ ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลแพ่งธนบุรี  ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขต
จอมทอง กรุงเทพฯ@@@@"อธิบดีกรมบังคับคดี" แย้มว่าการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลหมายบังคับคดีโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ในระบบเมลกลางภาครัฐ (MailGoThai) โดยกรมบังคับคดีสามารถนำข้อมูลหมายบังคับคดีไปดำเนินการได้เลย  ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนในการดำเนินการบังคับคดี และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น@@@@ขณะที่ "อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี" แย้มว่าแม้ปัจจุบันศาลยุติธรรมจะแยกตัวเป็นองค์กรอิสระ แต่การปฏิบัติงานยังคงต้องอาศัยข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะหมายและคำสั่งต่างๆ ของศาลในชั้นบังคับคดี การเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน อันเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ@@@@ ก่อนอำลากันในวันนี้ทิ้งท้ายที่กิจกรรมดีๆกับโครงการแสดงดนตรี
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดโดย ฝ่ายกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจาก 5 สถาบัน C.U. Clarinet Ensemble จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  Kasetsart Wind Symphony ภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  Rangsit University Jazz Orchestra วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ศิลปาเซียน คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร Pomelo Town วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงเทิดพระเกียรติ ในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. 2560 เวลา 17.00 - 22.00 น. (เข้าชมฟรี) ณ  ลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)...!!!                           
                                                                       "นายตะลอน"

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

โครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Krabi Art Olympics 2018


"เมาท์กระจาย" ( https://talon-news.blogspot.com) คอลัมน์สังคมของคนมีสไตล์ (สไตล์นายตะลอน) "เมาท์ข่าวตกขอบ" สะท้อนปัญหาของชาวบ้านรากหญ้าที่อาจดูไร้สาระแต่อาจมีสาระสำหรับคนบางกลุ่มเอาฮาขำๆหรือบางครั้งอาจขำไม่ออก@@@ช่วงเดือนมี.ค.นี้ "นายตะลอน" เชื่อว่า "พระหายากที่สุด" แห่งวัดจานบินคงเป็นกระแสในหน้าสื่ออย่างต่อเนื่องว่ากันว่ามีการใช้งบเพื่อค้นหาพระหายากที่ว่ากันไปแล้วกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งระหว่างการค้นหาราคาคงเพิ่มหลักล้านทุกวัน สุดท้ายจะหาพบหรือไม่
นั้นเชื่อว่าเซียนพระทั่วโลกเองก็คงใจจดใจจ่อวัดใจลุ้นระทึกน่ะขอรับ..."ชิงตังเม มากินกัน โป้ง โป้ง"@@@@ ส่วนการนิรโทษกรรมชาวบ้านคืนป่าให้รัฐถือว่าน่าสนใจที่เดียวเพราะมี "เมาท์กระจาย" ว่า "ชลธิศ สุรัสวดี" อธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งถึงผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1-13 และผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทั่วประเทศ เรื่อง ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี พร้อมทั้งให้รวบรวมข้อมูลจากการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ประชาชนคืนพื้นที่ให้รัฐเองโดยไม่ต้องดำเนินคดี และให้รายงานข้อมูลการคืนพื้นที่ทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพราะต้องการให้คนจนหรือผู้ยากไร้ที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนวันที่ 17 มิ.ย.2557 หรือก่อนคำสั่ง
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2557 นำพื้นที่ที่บุกรุกมาคืนให้กับรัฐโดยจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งมีผลตั้งแต่ก.พ.ที่ผ่านมา "นายตะลอน" เห็นว่าเป็นข่าวที่ดีแถมยังสร้างกุศลให้ประชาชนอีกด้วย สาธุด้วยคนน่ะคร๊าบ@@@@กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) เปิดห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าให้สื่อชมเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นผลการตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA) ซึ่งหน่วยงานนี้มีภารกิจหลักในการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่เป็นซากสัตว์ป่าของกลางในแต่ละคดี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหา
การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่มี
ประสิทธิภาพและเป็นธนาคารรวบรวมธนาคาร DNA ของสัตว์ป่าในประเทศไทย และจัดทำฐานข้อมูลด้านพันธุกรรมสัตว์ป่า เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและจำแนกชนิดสัตว์ป่าแต่ละชนิดและแต่ละสายพันธุ์อีกด้วยน่ะ@@@@ส่วนการกวาดจับกะเทยกลุ่มเสี่ยงตามสถานบันเทิงเมืองพัทยาเมื่อเร็วๆนี้จนเมาท์กระจายแซดนั้น "พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร" ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แย้มว่าป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเมืองพัทยากำลังดำเนินโครงการแฮปปี้โซน จึงกวดขันจับกุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมแล้วนำมาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้พัทยาเป็นเมืองที่น่าเที่ยว ถือเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล...อ้าวรับทราบและเข้าใจตรงกันน่ะขอรับ@@@@ ก่อนอำลากัน ทิ้งท้ายกวีบ้านๆ... "สายลมพาเม็ดฝน แม่ค้าแตกตื่นผวา หมาแมววิ่งพล่าน
วิถีคนค้าขายแพ้ทางกัน"...!!!
                      "นายตะลอน"